19 พฤษภาคม 2556

กุหลาบ

สมัยเด็กๆ  ฉันไม่ชอบดอกกุหลาบ  ใครๆบอกว่ากุหลาบหอมจัง กุหลาบนี่ล่ะคือเทพีคนสำคัญของมวลดอกไม้ ฉันก็ไม่เชื่อ

สวนของย่าก็มีกุหลาบขึ้นแซมตรงนู้นตรงนี้หลายต้น  ทั้งที่ออกดอกสีชมพู  สีขาว สีแดง สีอมส้มโอลด์โรส  แถมมีดอกให้ฉันแอบไปดมอยู่บ่อยๆ  แต่ตอนนั้นดมเท่าไหร่ ฉันก็ว่ามันไม่เห็นจะหอมเลิศเลออย่างที่หนังสือบรรยายถึงดอกกุหลาบเลย  ดอกเข็มขาวซะอีกที่กลิ่นหอมเด่น  แม้แต่เข็มส้มเข็มแดงที่ตั้งเป็นกออ้วนๆอยู่รอบสวน-ไม่หอมแต่น้ำในเกสรดอกก็หวานอร่อยชะมัด

ถ้าไม่นับดอกกุหลาบสีม่วงในการ์ตูนเรื่องนักรักโลกมายา (หน้ากากแก้ว) และยัยกุหลาบปากแข็งในเจ้าชายน้อยแล้ว....ดอกกุหลาบไม่เห็นได้เรื่องเลย... ฉันคิด

น่าแปลกที่พอโตขึ้นเข้าสู่วัยสาว(ใหญ่)   ฉันกลับเลือกน้ำหอมที่มีกลิ่นกุหลาบแต้มผิว  เริ่มสังเกตกลีบดอกที่ซับซ้อนและบอบช้ำง่ายของมัน  เริ่มชอบแบบไม่ค่อยรู้ตัว  จนกระทั่งฉันหัดวาดรูป...ฉันพบว่าดอกไม้ที่วาดเติมลงไปในภาพบ่อยครั้งที่สุดคือดอกกุหลาบ

กุหลาบแรกแย้ม  กุหลาบกลีบช้ำ กุหลาบที่แขวนตากไว้จนแห้ง  กุหลาบที่กลีบซับซ้อนเต่งตึง กุหลาบที่โรยราแห้งกรอบ...กุหลาบทุกช่วงวัยกลับสวยทั้งนั้นในสายตาฉันวันนี้



18 พฤษภาคม 2556

เช้าวันนี้ฝนตก

เวลาสายของวันหยุดที่ฝนตกพรำๆช่างเหมาะกับการดื่มกาแฟจริงๆน้าาา  ^_^


17 พฤษภาคม 2556

คนธรรพ์รำพัน

เริ่มวาดรูปนี้เมื่อสามสี่วันก่อนโดยวาดดินสอลงไปเฉพาะโครงหน้า ตา จมูก ปาก

ดูภาพตอนนั้นแล้วนึกไปถึงหน้ากินร กินรีในวัดและก็ละม้ายกันโครงหน้าของพระพุทธรูปด้วย

ฉันไม่ได้ตั้งใจวาดเป็นหน้าพระพุทธรูปแล้วมีนัยยะอะไรซ่อนอยู่ก็ยิ่งไม่อยากให้ใครมองไปแบบนั้น  (ไม่กลัวบาป แต่กลัวคนเข้าใจผิด...ถ้าเรามีประเด็นจะสะท้อนสังคมในเรื่องการนับถือ "ภาพ" หรือ "ร่าง" แทนตัวบทศาสนาก็ว่าไปอย่าง  แต่นี่ไม่มีก็ไม่อยากให้คิดไปไกล)

รายละเอียดที่เติมมาทีหลังเป็นรายละเอียดเล่นสนุกของฉันที่อยากลองวาดดูว่าคนธรรพ์ ชาวสวรรค์บางพวกน่าจะมีหน้าตาแบบไหน  จะมีรอยสัก รอยเจาะประดับตุ้มหู ตุ้มจมูกไหมหนอ

ระหว่างคิดไปก็ลงรายละเอียดไปเรื่อยๆ....สนุกเช่นเคย (คงเพราะเติมรายละเอียดไประหว่างดูน้องชายปล้ำผสมแป้งที่จะใช้ทำแผ่นนานไว้กินกับแกงกะหรี่ด้วยละมัง) ^ ^



เอาเพลงคนธรรพ์รำพันของแจ้มาลงด้วยไปด้วยดีกว่า  ดนตรีไม่เหมาะกับรูปนี้หรอกแต่เนื้อเพลงนี่อาจจะใช่นะ   อิอิ

4 พฤษภาคม 2556

สีไม้ colleen มันเข้มข้นสดดีจังเนอะ

กลับมาใช้สีไม้ระบายบ้าง


สีไม้ยี่ห้อ Colleen ดูจะเป็นสีไม้ในดวงใจของเด็กๆด้วยเนื้อสีที่เข้ม ราคาไม่แพง   ฉันเองมีสีไม้ (ระบายน้ำ) ยี่ห้อ Caran d'Ache รุ่น Swiss Color ซึ่งราคาแพงพอสมควร (รุ่นดีมากๆของสียี่ห้อนี้ราคาหลายพันบาทเชียว) ที่ซื้อไว้นานหลายปี  แต่ก็ยังชอบสีไม้ Colleen มากๆ เลยคงเพราะสีไม้เดิมที่มีเหมาะกับการระบายไล่ล้อเฉดสวยๆดูเบาและอ่อนหวาน  แต่ฉันซึ่งไม่มีทักษะอย่างนั้นและมักชอบระบายสีแบบเข้มข้นเลยได้ประโยชน์จากสีเดิมไม่ได้เต็มที่

เด็กๆที่ชอบสีสดและฉันที่มือหนัก พอใช้ colleen ก็มันส์เลย  บดสีกับกระดาษได้แบบไม่ต้องกลัวเปลือง :P

ถึงฉันจะระบายสีไม้แบบเบาๆฟุ้งๆไม่เป็นแต่ก็คิดจะหัดในสักวันนะ  รูปที่ใช้สีละมุนละไมมันน่ามอง  มองแล้วก็สบายใจดี

สำหรับฉัน คนที่วาดภาพแล้วน่ามองเพลินตากับคนที่วาดรูปสะท้อนอารมณ์ชวนให้คนดูรู้สึกตามก็เก่งเหมือนๆกัน    ยิ่งรูปที่นอกจากน่ามองแล้วยังสะท้อนอารมณ์ยิ่งเก่งเข้าไปใหญ่เลย ^ ^



2 พฤษภาคม 2556

สี Oil Pastel กับฉันในวัยเด็ก

ตลกตัวเองหน่อยๆเวลาย้อนคิดว่าสมัยก่อนไม่ชอบระบายสีด้วยสี Oil Pastel มากขนาดไหน  ทั้งที่ตัวเองสมัยเรียนอนุบาลเคยส่งภาพวาดประกวด (งานเล็กๆในโรงเรียนนั่นล่ะมัง  ตอนนั้นยังเด็กมากเลยจำรายละเอียดเรื่องนี้ไม่ได้ )

ภาพที่วาดส่งไปเป็นรูปเด็กกับใบไม้ร่วงตามพื้น  ในภาพปล่อยกระดาษพื้นหลังโล่งขาวเกินครึ่งหน้ากระดาษแต่ก็ได้รางวัลมาซึ่งไม่แน่ใจว่าเขาให้เพราะถูกใจภาพเราหรือให้เพราะฉันเป็นลูกอาจารย์ที่สอนในวิทยาลัยครูที่โรงเรียนอนุบาลตั้งอยู่ในนั้น)      ที่จำได้แม่นยำคือรางวัลที่ได้เป็นสีกล่องโต  น่าจะเป็นสีชอล์ก (แบบที่เราเรียกสี Oil Pastel ตอนเด็กๆ) ในกล่องบรรจุสีไล่เฉดมากมายชวนใช้  แปลกที่ฉันจำไม่ได้ว่าเอาสีไประบายอะไรบ้าง  แต่จำแม่นว่าถูกใจกล่องแต่ไม่ได้ชอบใช้สีนีี้เลยจนกระทั่งเรียนวิชาศิลปะครั้งสุดท้ายสมัยมัธยมต้น

ผ่านจากวันนั้นมานานหลายสิบปี  ภายในเวลาแค่เดือนเดียวที่ลองเรียนรู้กับสีไปนี้อีกครั้งในวัยสามสิบปลายๆฉันกลับตกหลุมรักจังเบ้อเร่อกับสี Oil Pastel

ที่สำคัญมากเลยคือสีนี้ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองค่อยๆคลำหาแนวการวาดที่ชอบที่สุดได้ใกล้เข้าไปทุกทีและยิ่งอยากเรียนรู้ต่อไปอีกเรื่อยๆ :)



26 เมษายน 2556

ชวนอ่าน : ความไม่เรียบของความรัก (ZARAZARA)




ฉันแกะห่อช็อกโกแลตยี่ห้อ meiji สีชมพู หยิบมันเข้าปาก... รสหวานหอมของครีมสตรอเบอร์รี่ที่เคลือบหุ้มไว้แผ่กระจายทีละนิดบนลิ้น รสช็อกโกแลตที่ขมและมันน้อยๆแทรกมาผสมผสานกัน

อร่อยจัง รสชาติเหมือนความรักเลย ...ฉันนึกพร้อมกับหลับตา เม็ดฝนโปรยลงมาข้างนอกหน้าต่าง ลมร้อนอ้าวของฤดูร้อนถูกพัดออกไป คิดถึงจัง คิดถึงจัง

.....

ก่อนจะเขียนถึง "ความไม่เรียบของความรัก" ที่ฉันอ่านเมื่อช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ ฉันนึกในใจว่าจะเล่าถึงหนังสือเล่มนี้ยังไงดีนะ นั่งเล่นนั่งคิดไปก็เดินไปเปิดตู้เย็น หยิบเอาช็อกโกแลตมากินแล้วก็คิดว่า...เอาล่ะ ฉันจะเล่าความรู้สึกถึงหนังสือเล่มนี้แบบที่พิมพ์มาข้างบน

"ความไม่เรียบของความรัก" เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นของฮิโรมิ คาวาคามิ ที่สำนักพิมพ์ซันเดย์ อาฟเตอร์นูน นำมาแปลและพิมพ์ออกมา เรื่องสั้นของคุณคาวาคามิจะว่าเหมาะกับหญิงสาวที่เป็นผู้ใหญ่หน่อยก็ใช่ แต่ก็ดูจะเหมาะกับสาวน้อยอารมณ์ละเมียดไม่แพ้กัน เรื่องสั้นทุกเรื่องไม่ได้เล่าถึงความรักแบบฟูมฟายและในความรักของหนุ่มสาวก็มีความรักแบบอื่นแทรกอยู่ด้วย

ฉันว่าถ้าใครที่เคยกินบะหมี่สำเร็จรูปด้วยการซู๊ดเส้นบะหมี่เข้าปากไปก็ร้องไห้โฮๆไปเพราะเสียใจกับความรักน่าจะชอบหนังสือเล่มนี้ ...แน่นอนว่าฉันยกตัวอย่างแบบนี้ ฉันก็ย่อมเป็นคนหนึ่งที่เคยซู๊ดเส้นบะหมี่สำเร็จรูปไป ร้องไห้โฮๆ ทั้งน้ำตา น้ำมูกไหลไปพร้อมๆกันมาแล้ว

ในหนังสือเล่มนี้มีเรื่องสั้นทั้งหมด 23 เรื่อง จากที่อ่านครั้งแรก ฉันชอบเรื่อง"แซนวิชลูกพีช" และ"กระดาษและซองจดหมายสีเขียวใบไม้" มากที่สุด ไม่รู้ว่าเพราะมีวัยที่สอดคล้องกับตัวละครหรือเพราะในความรักนั้นมีเรื่องกินด้วยก็ไม่แน่ใจ แต่พออ่านจบแล้วก็คิดอยากเล่าชวนคนอื่นอ่าน จะอ่านตอนอากาศร้อนอ้าว จะอ่านตอนฝนตกพรำๆก็ได้ เหมาะทั้งนั้น

ความไม่เรียบของความรัก (ZARAZARA)
ฮิโรมิ คาวาคามิ : เขียน
มัทนา จาตุรแสงไพโรจน์ : แปล
foneko : ภาพประกอบ
สำนักพิมพ์ซันเดย์ อาฟเตอร์นูน


(เล่าไว้ใน facebook เมื่อ 19.04.2013)

25 เมษายน 2556

ปากกา Sakura Pigma, นักวาดการ์ตูนตัวปลอมและภาพค่ำคืน

ช่วงแรกที่กลับมาหัดวาดรูป   ฉันชอบปากกา Sakura Pigma มากเลย (ปัจจุบันก็ยังชอบมากอยู่ แต่มีเผลอใจไปให้ปากกาคอแร้งบ้าง (อ่านภาษาจีนไม่ออกว่าที่ชอบใช้คือหัวอะไร  แต่เข้าใจว่าหัวที่ชอบใช้คือซาจิ-เพ็น  เพราะมันใหญ่และอุ้มหมึกได้มากที่สุด)   ส่วน Faber-Castell Ecco Pigment นั้นฉันใช้ไม่ค่อยถนัด พอซื้อมาก็เลยเอาไว้ใช้ขีดเส้นตรงหรือระบายถมดำในภาพมากกว่า

เวลาใช้ปากกา Sakura Pigma ทีไรจะรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังวาดมังหงะอยู่ (ส่วนใหญ่นักวาดเขียนเขา/เธอใช้จี-เพ็นกัน แต่ก็มีบางคน อย่างทีม Clamp ที่วาดด้วยปากกา Sakura Pigma )   คงเพราะอิทธิพลจากหนังสือการ์ตูนโชโจที่อ่านตอนเด็กๆ  ตัวเอกจะมีแม่ที่เป็นนักเขียนการ์ตูน  วันๆหมกตัวอยู่ในห้อง...หน้าที่ทำงานบ้านก็เป็นของพระเอก/นางเอกตัวจ้อยแทน

ฉันที่ไม่ได้ชอบทำงานบ้านก็จินตนาการไปสิว่าเราอยากเป็นแม่แบบนี้ล่ะ  ดีจะตาย ไม่ต้องทำงานบ้าน...ได้วาดรูป  ได้เงินจากรูปด้วย :D

เมื่อสัปดาห์ก่อนฉันใช้ Sakura Pigma วาดรูปอีกครั้ง  ระบายสีด้วยสีไม้ระบายน้ำ...นึกว่าตัวเองเป็นนักเขียนการ์ตูน  จินตนาการเรื่องไปด้วยว่านางในรูปคือ "ค่ำคืน" ที่เมื่อเห็นเจ้ากระต่ายบนดวงจันทร์หลับไปแล้วก็เริ่มจะปลดปล่อยดวงอาทิตย์ออกมาจากเสื้อคลุมของนาง   

วาดรูปไปก็ได้ย้อนวัยไปด้วย  คิดฝัน(กลางวัน)ไปด้วย  สนุกดี ^_^