แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้สึก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้สึก แสดงบทความทั้งหมด

23 กุมภาพันธ์ 2557

หัดเดินตามเป็ด

หัดเดินตามเป็ด

เอาล่ะสิ ทีนี้เลยบินได้ แต่ก็บินได้ไม่สูง  ว่ายน้ำได้แต่ว่ายไม่แข็ง เดินได้แต่ก็ตุปัดตุเป๋

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็ดีใจที่เป็นเป็ด  ขอเป็นเป็ดไล่ทุ่ง มีอิสระเสรี ไม่มีใครจับไปตุ๋นเป็นเป็ดพะโล้ก่อนก็แล้วกัน  (เจ้าเป็ดกับเด็กน้อยที่ฉันวาดก็ดูร่าเริงดีใช่มั้ย)  :)

บ่นเรื่อยเปื่อยในวันที่อากาศร้อน  วันที่หน่ายกับการนัดออดิชั่นเสียงพากย์ที่สับสนงงงวย วันที่อุณหภูมิการเมืองร้อนแรง...แถมใจฉันก็ยังร้อนตามไปด้วย


1 มิถุนายน 2556

ภาพแต่ละภาพนี่มันเป็นตัวของตัวเองแฮะ



วาดไปวาดมาภาพนี้ออกแนวการ์ตูนไปเลย

ฉันวาดรูปนี้แบบเรื่อยๆเพลินๆ   ตอนแรกตั้งใจว่าจะไม่ตัดเส้นด้วยหมึกเพราะอยากให้ภาพดูฟุ้งๆชวนฝัน...แต่พอวาดจนจบแล้วกลับรู้สึกขัดใจกับเส้นดินสอที่ใช้มาก  

ลงหมึกปุ๊บ  ความรู้สึกขัดใจหายไปเป็นปลิดทิ้ง....ภาพบางภาพมันก็ดูเหมือนมีหนทางของมันเนอะ  มันจะต้องเสร็จจบด้วยเส้นหมึกที่ลากเน้นภาพ  มันอาจจะต้องจบแค่ภาพร่างแบบเร็วๆเห็นอารมณ์ขณะวาดผ่านเส้นได้ชัดเจน  มันจะอาจจะต้องค่อยๆแต้มเส้นเล็กๆยิบย่อยลงตามจุดต่างๆในภาพถึงจะสมบูรณ์

ภาพแต่ละภาพนี่มันเป็นตัวของตัวเองจริงๆแฮะ

24 พฤษภาคม 2556

ตุ๊กตาที่ยังไม่เสร็จ

เวลาเด็กเล็กวิ่งเล่นจนล้ม  ถ้าไม่เจ็บตัวนัก เด็กๆจะลุกขึ้นมายิ้มหัวเราะแล้ววิ่งต่อไป

ความผิดพลาดในการเย็บตุ๊กตาของฉันก็เป็นแบบนั้น  พลาดแล้วก็หัวเราะ มอบรอยยิ้มให้โลกแล้ววิ่งต่อ...ฉันคิดแบบนั้นนะ

แต่สำหรับบางคน การลุกขึ้นมาหัวเราะไม่ใช่เรื่องง่ายอาจจะเพราะเขาจริงจังกับมัน  หรือเขากำลังอยู่บนลู่วิ่งแข่ง...ดังนั้น เราขำตัวเองได้ แต่จะขำคนอื่นก็คงต้องดูให้ดีก่อนเนอะว่าเขากำลังวิ่งเล่นหรือวิ่งแข่งอย่างบากบั่นอยู่บนลู่


คุยไว้แบบงงๆ ใน  wordpress-ตุ๊กตาที่ยังไม่เสร็จ ของฉันด้วย

19 พฤษภาคม 2556

กุหลาบ

สมัยเด็กๆ  ฉันไม่ชอบดอกกุหลาบ  ใครๆบอกว่ากุหลาบหอมจัง กุหลาบนี่ล่ะคือเทพีคนสำคัญของมวลดอกไม้ ฉันก็ไม่เชื่อ

สวนของย่าก็มีกุหลาบขึ้นแซมตรงนู้นตรงนี้หลายต้น  ทั้งที่ออกดอกสีชมพู  สีขาว สีแดง สีอมส้มโอลด์โรส  แถมมีดอกให้ฉันแอบไปดมอยู่บ่อยๆ  แต่ตอนนั้นดมเท่าไหร่ ฉันก็ว่ามันไม่เห็นจะหอมเลิศเลออย่างที่หนังสือบรรยายถึงดอกกุหลาบเลย  ดอกเข็มขาวซะอีกที่กลิ่นหอมเด่น  แม้แต่เข็มส้มเข็มแดงที่ตั้งเป็นกออ้วนๆอยู่รอบสวน-ไม่หอมแต่น้ำในเกสรดอกก็หวานอร่อยชะมัด

ถ้าไม่นับดอกกุหลาบสีม่วงในการ์ตูนเรื่องนักรักโลกมายา (หน้ากากแก้ว) และยัยกุหลาบปากแข็งในเจ้าชายน้อยแล้ว....ดอกกุหลาบไม่เห็นได้เรื่องเลย... ฉันคิด

น่าแปลกที่พอโตขึ้นเข้าสู่วัยสาว(ใหญ่)   ฉันกลับเลือกน้ำหอมที่มีกลิ่นกุหลาบแต้มผิว  เริ่มสังเกตกลีบดอกที่ซับซ้อนและบอบช้ำง่ายของมัน  เริ่มชอบแบบไม่ค่อยรู้ตัว  จนกระทั่งฉันหัดวาดรูป...ฉันพบว่าดอกไม้ที่วาดเติมลงไปในภาพบ่อยครั้งที่สุดคือดอกกุหลาบ

กุหลาบแรกแย้ม  กุหลาบกลีบช้ำ กุหลาบที่แขวนตากไว้จนแห้ง  กุหลาบที่กลีบซับซ้อนเต่งตึง กุหลาบที่โรยราแห้งกรอบ...กุหลาบทุกช่วงวัยกลับสวยทั้งนั้นในสายตาฉันวันนี้



19 เมษายน 2556

สี Oil Pastel แสนรักและการตระหนักรู้ของฉัน

หลังจากตั้งมั่นอีกครั้งกับสี Oil Pastel    ฉันก็ค้นหาข้อมูลดูจากเว็บไซต์ว่า เอ๊ะ เจ้าสี Oil Pastel นี่ใช้ได้กี่วิธีบ้าง  เปิดดูเว็บนั้นนิด เว็บนี้หน่อยให้เข้าใจพื้นฐานธรรมชาติของสี

แต่การอ่านอย่างเดียวก็ไม่ช่วยให้เราวาดรูปได้ดีขึ้นมา ...ลงมือเลยดีกว่า

สิ่งที่ฉันชอบที่สุดในการทำนู่นทำนี่ คือการที่เรารู้สึก "ตระหนักถึงความสำคัญ" ของบางอย่าง หรือบางขั้นตอนว่า เฮ้ย นี่ละๆ มันต้องมีไอ้นี่หรือมันต้องทำแบบนี้  มันถึงจะได้อย่างนั้น  (งงไหมคะ :P)  ยกตัวอย่างเช่น  ถึงแม้ฉันจะลงมือทำอาหารทำขนมมาหลายครั้ง รวมทั้งรู้อยู่แล้วว่าเกลือเป็นเครื่องปรุงรสที่สำคัญมาก สำคัญจนสมัยก่อนที่เราไม่ได้ผลิตเกลือเป็นอุตสาหกรรมแบบนี้...เกลือมีราคาสูงและเป็นของมีค่าไว้แลกเปลี่ยนสินค้าดีๆได้  

การรู้ไม่เหมือนกับการตระหนักแนบแน่นกับใจเราถึงความสำคัญของมัน  ...ฉันเพิ่งตระหนักว่าเกลือมันช่างแสนชูรสอาหารจริงๆก็เมื่อสัปดาห์ก่อนตอนต้มซุปไก่ (ที่เคยทำมาเป็นสิบครั้ง) นี่ล่ะ

มันเป็นช่วงเวลามหัศจรรย์สำหรับฉัน...เหมือนที่ฉันเพิ่งตระหนักถึงความนุ่มนวลของสี Oil Pastel เมื่อสองวันก่อน

เล่ามาแบบนี้ก็ไม่ได้วาดเก่งอะไรขึ้นมาเหมือนเสกคาถาหรอกค่ะ  แต่พอรู้แล้วก็รู้สึกสนุกแบบคูณสองกับการลงสีนี้  รวมทั้งตกหลุมรักสี Oil Pastel ไปแล้วล่ะสิ :)

รูปนี้เป็นรูปแรกที่ลองเล่นกับสี Oil pastel หลังจากเล่าไปในบล็อกก่อน

อีกวันก็ลองวาดรูปนี้  ชอบก้อนสีที่มันหนืดปาดกันมาก  ให้ความรู้สึกคล้ายสีน้ำมันที่ชอบอยู่แล้ว

วาดรูปนี้เมื่อคืน  สนุกมาก และรู้สึกกับการระบายสีรูปนี้จนน้ำตาจะไหล    มันมีก้อนจุกในอกเลยล่ะ แต่ไม่ได้จุกแล้วจ๋อย  แต่เป็นจุกอกแบบที่วาดเสร็จก็หาย  



พอวาดภาพที่สามเสร็จ...ในตอนแรก ฉันก็รู้สึกว่า เฮ้ย เรามาทางนี้มันใช่ ดีจัง ชอบจัง...แล้วสักพัก  พอใจมันนิ่งขึ้น  ฉันก็วาง "ดีจัง ชอบจัง" ลงได้    

เรายังต้องฝึกอีกเยอะ  ยังเรียนรู้ได้อย่างสนุกสนานไปตลอดชีวิตอย่าเพิ่งไปติดกับดัก "ดีจัง ชอบจัง" กับงานตัวเองนานเลย  โลกนี้มีงานสวยๆ ทั้งของมืออาชีพ ของมือสมัครเล่นอีกมากให้เราได้ชื่นชมชื่นชอบ และเรียนรู้จากพวกเขา

สู้ต่อไป เรียนรู้ต่อไปนะ ยัยเอมโม่ ^___^


9 เมษายน 2556

เสียงตะโกนที่แสนเงียบ

ข้อดีของการลงมือวาดรูป (หรือขุดดินทำสวน หรือปักผ้า หรือตีเทนนิส แล้วแต่วิธีของแต่ละคน)  คือในเวลาที่ลงมือทำนั้น  เราสามารถตะโกนร้องเสียงดังออกมาอย่างเงียบๆได้







15 มีนาคม 2556

เสียงของหัว (ใจ)

ตั้งแต่เริ่มฝึกหัดวาดภาพมาปีกว่าๆ  เริ่มจะรู้สึกว่าตัวเองเข้าใจบางอย่างเกี่ยวกับการวาดภาพ (รวมทั้งงานด้านอื่นๆ) ขึ้นมามาก

ครั้งแรก คือเมื่อสามสี่เดือนก่อนที่อยู่ๆขณะที่วาดรูป ในหัวของฉันเหมือนมีเสียงคลิ้กเบาๆ  แบบเดียวกับเสียงของชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ที่วางลงไปได้พอดีดังขึ้น

เป็น "คลิ้ก" ที่ทำให้ตกใจนิดหน่อย  เพราะอยู่ๆก็รู้สึกเหมือนพระเจ้ามอบพรวิเศษให้วาดรูปได้อย่างใจขึ้นแบบกระทันหัน  พรวิเศษนี้ต้องแลกกับอะไรหรือเปล่านะ ...ฉันแอบคิดเงียบๆในใจ   และแล้ว...เมื่อนิ้วมือทั้งสิบของฉันเริ่มเจ็บ  ...คำถามนี้ก็วนเวียนมาอีกรอบ  เอ...นี่เราต้องแลกนิ้วกับพรวิเศษใช่ไหม

เสียง "คลิ้ก" ครั้งที่สองเกิดขึ้นวันนี้ขณะที่วาดรูปเด็กหน้าตาแป้นแล๊นในรูปข้างล่างนี่ 

คนอื่นๆอาจจะรู้สึกว่าทำไมฉันจึงรู้สึกคลิ้กกับรูปที่วาดเร็วๆ ลายเส้นเรียบง่ายเหมือนวาดเล่นแบบนี้

และอีกหลายๆคนที่ฝึกฝนวาดรูป และวาดรูปมานานก็อาจจะเข้าใจและคิดเหมือนที่ฉันคิดว่าเราต้องผ่านการวาด วาดและวาดมามากมายจนสามารถวาดเส้นสบายๆแบบนี้ได้

พอมาคิดดู  เสียง"คลิ้ก" ครั้งแรกนั่น   มันก็ใช่... มันเป็นการที่ฉันต้องแลกนิ้วมือทั้งสิบไปกับการวาดรูปที่ได้ดั่งใจมากขึ้น  มันเป็นนิ้วที่เลือกแล้วว่าจะลงมือทำอะไร...เป็นนิ้วที่ลงมือฝึกฝน ...มันจึงเจ็บ

เสียง "คลิ้ก" ครั้งที่สองมาแบบเฉียบพลัน แต่ไม่สร้างความหวาดกลัวเหมือนครั้งแรก

ฉันรู้สึกว่า "คลิ้ก" ครั้งที่สองเป็นของแถม  เป็นเสียงคลิ้กที่เหมือนจะบอกว่าจะมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นตามมา  ขอให้มีความสุขกับการวาดภาพและฝึกฝนต่อไป  เพราะคนที่มีความสุขที่สุดและมีความสุขได้แทบทุกวันจากภาพวาดเหล่านี้  เท่าๆที่ฉันรู้...คือตัวฉันเองนี่ล่ะ :)



8 มีนาคม 2556

เจ้าหนอนเขียว




วันมาฆบูชาที่ผ่านมา  ฉันคิดไปเองว่าฟ้าส่งโอกาสมาให้ทำดีเมื่อขึ้นไปนั่งบนรถเมล์แล้วเจอเจ้าหนอนเขียวตัวจ้อยเกาะบนแขน

เจ้าหนอนคงตกลงมาจากต้นไม้ใหญ่ที่ฉันหยุดยืน แหงนหน้ามองอยู่พักใหญ่ระหว่างทางเดินไปป้ายรถเมล์

แว่บแรก ฉันปัดเจ้าหนอนตกลงไปจากแขน  แต่พอนึกว่าหนอนที่คลานบนแผ่นเหล็กร้อนๆข้างขอบหน้าต่างรถเมล์จะรอดมั้ยถ้าค้างติดอยู่บนนี้  ฉันเลยหยิบกระดาษทิชชู่ยับยู่ยี่จากเป้ขึ้นมา  จับเจ้าหนอนใส่ลงไปในห่อกระดาษ  พับกระดาษคลุมหนอนแล้วกำมือไว้หลวมๆพอไม่ให้เจ้าหนอนหลุดออกไปโดยหมายมั่นในใจว่าจะเอาหนอนไปปล่อยไว้ตรงต้นไม้หน้าบ้านใหญ่ที่มีต้นไม้ร่มครึ้มข้างห้างเดอะมอลล์ บางกะปิ

รถเมล์จอดเทียบป้ายที่หน้าห้าง  ฉันพึมพำขอโทษเจ้าหนอนว่าฉันขี้เกียจฝ่าดงแดดเดินย้อนกลับไปที่บ้านนั้นแล้วล่ะ  ขออนุญาตปล่อยเธอไว้ที่พุ่มไม้สวยๆหน้าห้างนะ  อาจไม่ใช่ป่ากลางเมืองแบบบ้านหลังนั้น แต่ก็ดูร่มรื่นปลอดภัย

ฉันคิดไปเองว่าเจ้าหนอนพยักหน้าหงึกหงักยอมรับเพราะพอฉันยื่นมือเข้าไปใต้ต้นไม้แล้วคลี่ห่อกระดาษออก เจ้าหนอนก็ดูสุขสบายดีบนใบเขียวๆของต้นไม้พุ่มกลางๆหน้าห้าง

ผ่านมาหลายวันแล้ว  ป่านนี้คงกลายร่างเป็นผีเสื้อไปแล้วมั้ง

15 มกราคม 2556

ครู

พรุ่งนี้ก็เป็นวันครูแห่งชาติที่เวียนมาอีกปีแล้ว เชื่อว่าหลายคนคงมความประทับใจกับครูที่พอจะนึกได้บ้างกัน
ในชีวิตนี้มีทั้งครูโดยตรง ครูทางอ้อมที่ฉันยังเคารพอยู่หลายท่าน แต่ถึงจะเล่ามาแบบนี้ ฉันก็เป็นเด็กที่ร้ายกาจกับครู

ตอนช่วงเรียน ป.6 หรือ ม.1...จำไม่ได้แม่นนัก ฉันมีครูประจำชั้นเป็นลูกเสี้ยวฝรั่งหน้าตาคมคาย ร่างใหญ่ท้วมเล็กน้อยตามวัยแต่ผมน้อยจนเกือบล้าน ขอตั้งชื่อสมมติว่าชื่อมาสเตอร์ W

บอกตรงๆ ฉันไม่ถูกชะตากับแววตาหยาดเยิ้ม รอยยิ้มหวานที่ฉันคิดว่ามันชวนอ๊วก...ที่เมื่อเวลาผ่านไปจนวันเข้ามหาวิทยาลัย ฉันก็คิดได้ว่าที่ไม่ชอบคงเพราะเกิดอคติกับภาพลักษณ์มาสเตอร์ W จากที่อ่านหนังสือสักเล่มแล้วคิดว่านั่นเป็นสัญญาณทางเพศที่ส่งมา

ตอนนั้น มีเด็กผู้หญิงในชั้นหลายคนคิดแบบเดียวกับฉัน

ฉันอยู่ในกลุ่มเด็กหญิงที่เป็นสาวก่อนวัย แก่นแก้วทั้งๆที่ฉันเองก็ไม่ได้ประสาอะไรหรอกแต่หน้าตาชวนหาเรื่องของฉันคงทำให้เข้าพวกได้

มีอยู่วันหนึ่ง หนึ่งในเด็กหญิงกลุ่มนี้ทำหน้าที่รับถาดอาหารไปให้มาสเตอร์ W และใส่ยาถ่าย สลอตลงไปในอาหาร ฉันไม่ได้เห็นด้วย แต่ก็ไม่ได้คัดค้าน ความรู้สึกเยือกเย็นไม่รู้สึกรู้สาอะไรในตอนนั้น ฉันยังจำได้

โชคดีที่เราไม่ได้ฉลาด ยาจึงใส่ลงไปดื้อๆ เมื่อมาสเตอร์ W กินข้าวไปสองคำก็รู้สึกว่ารสชาติประหลาด มาสเตอร์ W จึงให้เด็กมาตามฉันเพื่อถามว่าทำไมอาหารเป็นแบบนี้

ฉันว่านั่นเป็นเพราะมาสเตอร์ W เชื่อว่าฉันจะไม่กล้าโกหกจึงเลือกถามฉัน

ใจที่สงบเยียบเย็น สมองที่คิดหาทางฉับไวในทางผิดกลั่นกรองคำพูดโกหกออกมาเพื่อไม่ให้มีใครผิดและมาสเตอร์ W ไม่ต้องกินอาหารถาดนั้นต่อ ฉันเองลอยอยู่เหนือเหตุการณ์

ฉันเป็นเด็กร้ายกาจ เมื่อวันเวลาผ่านไป เด็กร้ายกาจนี้ก็เริ่มตระหนักได้ถึงอคติของตนเองและสำนึกผิด

ฉันส่งคำขอโทษและสารภาพล่องลอยไปตามสายลม แต่คงไปไม่ถึงมาสเตอร์ W หรอกเพราะฉะนั้นใครที่ยังส่งคำขอโทษถึงก็ควรทำซะ

สวัสดีล่วงหน้ากับวันครูแห่งชาติ

2 มกราคม 2556

สมุดแทนใจ :)



ปีที่แล้วเอมเย็บกระเป๋าจุ๊บจิ๊บให้เพื่อนๆไปแล้ว  ปีใหม่นี้ เอมเลยเปลี่ยนมาทำสมุดโน๊ตเล่มบางเ็ป็นของขวัญปีใหม่ให้เพื่อนในแกงค์ค่ะ  วาดรูปเอง ตัดกระดาษเย็บสมุดเอง....ถึงจะด้วยวิธีง่ายๆ ด้นๆทำและไม่เรียบร้อยเท่าไหร่  ...คนทำก็หวังว่าคนรับจะรู้สึกถึงความตั้งใจที่มอบให้

เอมเล่าเรื่อง D.I.Y. ไว้ในเวิร์ดเพรส "ที่นี่" ตามเคยค่ะ  กดดูตาม link ได้เลยนะคะ เผื่อจะเป็นไอเดียให้คนอ่านต่อยอดทำของขวัญในแบบของตัวเองต่อไป ^ ^

19 ธันวาคม 2555

เพราะบ้าๆบอๆจึงห่อเธอ

คนเรามันก็จะเพี้ยนกันไปคนละนิดละหน่อยมั้ง  (ขอเหมาว่าคนทั้งโลกจะเพี้ยนกันเหมือนเราหน่อยเถอะนะ)

เราเองก็เพี้ยนบางเรื่อง  เช่น เรื่องการห่อปกหนังสือเล่มนี้


เล่าไว้ ที่นี่ เพราะเหมาว่ามันเป็นเรื่องงานฝีมือด้วย อิอิ



28 พฤศจิกายน 2555

พึ่งพา พึ่งพิง ผูกพัน

เดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๓
บ้านบางแค





เจ้าเหมียวน้อยที่แสนขี้บ่น(ชะมัด)เดินตามคุณยายต้อยๆ

ความรัก ความผูกพันมันไม่มีเส้นกั้นทั้งเพศ ชาติตระกูล และเผ่าพันธุ์  เราต่างก็พึ่งพากันและช่วยประคับประคองกันได้ทั้งนั้นแม้จะเป็นชีวิตเล็กๆ ที่คอยนั่งผึ่งแดด วันๆเอาแต่นอนอย่างนังเหมียว
(คนที่นิสัยเหมือนนังเหมียวอย่างเรา็ก็หวังว่าจะเป็นที่พึ่งพา คอยประคับประคองให้ใครๆได้บ้างเหมือนกัน)

20 พฤศจิกายน 2555

รูโหว่

หัวใจมีรูโหว่เพิ่มอีกครั้ง  รูโหว่นั้นขยายใหญ่ขึ้นตามวันเวลาที่ยังหาถุงทอง...เจ้าแมวตัวดีไม่เจอ


การมีแมวหลายตัวไม่ได้ทำให้เราเสียใจน้อยลงเมื่อมีตัวใดตัวหนึ่งเป็นอะไรไปหรือหายไปอย่างถุงทอง    มันแค่ทำให้เราอาจจะมีรูโหว่...มีหัวใจที่หายไปได้มากขึ้นตามจำนวนความผูกพันที่เรามี


คนที่เลี้ยงและรักหมาแมวหรือสัตว์เลี้ยงอื่นๆก็คงเข้าใจความรู้สึกนี้ดี  ยิ่งเราพูดกันคนละภาษากับเพื่อนเหล่านี้  เรายิ่งใช้ใจสื่อสารกับเค้ามากขึ้น

และรักเค้ามากขึ้นในแต่ละวัน...ก็เท่านั้นเอง


19 พฤศจิกายน 2555

ยังคงไม่แจ่มชัด



หลังจากเดือนที่ผ่านมาเน้นฝึกฝนวาดใบหน้าคนแล้ว    (เล่ามาแบบนี้เหมือนก่อนฝึกมีการวางแผนขั้นตอนฝึกฝนไว้---แต่จริงๆคือคิดอยากจะวาดอะไรก็ตะลุยวาดมากกว่า)

ต่อไป  ฉันอยากวาดรูปทิวทัศน์ให้เก่งขึ้น   อยากเอารูปทิวทัศน์และรูปคนมาผสมผสาน ...หวังว่าตัวเองจะไม่ถอดใจไปซะก่อนวาดได้สมใจ


แล้วทิวทัศน์แบบที่อยากวาดออกมาเป็นแบบไหนกันล่ะหนอ....ภาพในหัวฉันยังไม่แจ่มชัดเท่าไหร่เลย

24 กรกฎาคม 2555

เล่น

เมื่อคืนวาดรูปนี้  วาดแล้วก็เอามาแต่งเล่นต่อในโปรแกรมสำเร็จรูปง่ายๆ ตามประสาคนใช้โฟโต้ชอปไม่เป็น

เล่นไปเล่นมาออกมาแบบนี้  สนุกจังและถูกใจ (ตัวเอง)

อยากหัดใช้โปรแกรมแต่งรูปเหมือนกันนะ อิอิ  :)





27 กันยายน 2554

I can take your love with me

เวลาฝนตกพรำๆ   ใจมันก็มักฟุ้งซ่านหวนคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาผ่านไปในชีวิต  มีทั้งเรื่องของเรา  เรื่องของคนอื่นรอบๆตัวเรา

เป็นกันบ้างไหมคะ...


เย็นนี้ หลังจากกลับจากทำงาน (รับจ็อบเรื่อยเปื่อย)    ฝนก็ตกลงมาแบบพอเบาๆ   มีละอองเล็กๆโปรยลงหัวเราพอเป็นพิธีพอให้ได้ป่วย   แถมอากาศก็ชวนให้ซึม...ชวนให้นั่งจุ้มปุ๊กเปิดคอมพ์ดูรูปเรื่อยเปื่อย ... เปิดดูไปเรื่อยๆก็เจอรูปผ้าที่เราปักครั้งแรกเมื่อเดือนก่อน



ถึงงานชิ้นนี้จะเป็นภาพปักแบบฝีมือชั้นประถมของเรา  แต่ดีใจที่สุดที่ความรู้สึกขณะที่ปักผ้าชิ้นนี้ของตัวเองส่งต่อไปยังผู้รับได้

ขอบคุณเจ้าของผ้าชิ้นนี้ด้วยที่อนุญาตให้เราโพสรูปที่เป็นส่วนตัวเช่นนี้...

I can Take Your Love With Me