แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความทรงจำ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความทรงจำ แสดงบทความทั้งหมด

5 มิถุนายน 2556

กระต่ายน้อยหน้าหงิก


ไม่รู้ทำไมถึงชอบวาดเด็กหน้าหงิกหรือเด็กหน้าเฉยๆมึนๆ....จะเป็นเพราะตัวเองสมัยเด็กๆก็ชอบทำหน้าหงิกเหรอ...อืมม์...ก็ไม่น่าจะใช่

สมัยเด็กๆ เวลาฉันวาดรูปเล่น...จำได้แม่นว่าสิ่งที่วาดยากมากคือหน้าตา"ยิ้มแย้ม"  หน้ายิ้ม ตาก็ควรจะยิ้ม..เส้นที่ปากหรือดวงตาบิดไปจากที่ตั้งใจนิดเดียว  "ยิ้ม"นั้นก็ดูไม่น่าเชื่อถือซะแล้ว

ช่วงที่ฉันทำงานอย่างบ้าคลั่งจนการนอนค้างออฟฟิศในวันทำงานเป็นเรื่องปกติ  ทำงานจนเห็นพระอาทิตย์ขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา  ...ช่วงนั้นเวลาวาดรูปเล่น ฉันกลับชอบวาดรูปตัวการ์ตูนยิ้ม  ยิ้มเรี่ยราดเรื่อยเปื่อย...วาดแล้วก็คลายเครียดดี  ไม่ได้สนใจว่า"ยิ้ม"ในภาพจะดูยิ้มจริงหรือยิ้มหลอก ได้แต่ขีดๆเส้นลงสมุดเป็นบางครั้งไว้บรรเทาอาการหงุดหงิดเรื่องคนเรื่องงานเท่านั้น

กลับมาวาดรูปตอนอายุสามสิบกว่าอีกทีด้วยความรู้สึกแบบตอนเด็ก  ฉันเลือกที่จะวาดรูปที่ตัวเองอยากวาด  ตราบใดที่งานนั้นไม่ได้เป็นงานจ้างให้ทำตามโจทย์   (แน่นอนว่าในการวาดเพื่อความรื่นรมย์ใจ  มันก็มีจุดหมายอื่นด้วย  พอเราโต เราก็อยากให้มีคนชอบผลงานเรา  เห็นค่างานของเรา---อันนั้นมันเป็นจุดหมายรองลงมา  และถึงฉันอยากจะให้มันเป็นจุดหมายหลักเพื่อจะได้เป็นตามนั้นเร็วๆ แต่ฉันก็เชื่อว่าคนแต่ละคนมีรูปแบบชีวิตของตัวเอง  ฉันเป็นพวกชอบใช่้พลังเฉื่อย...ก็ขอเป็นตัวของตัวเองแบบนี้ล่ะ )  

พอวาดตามใจ ...บ่อยครั้งตัวละครในรูปวาดของฉันเลยหน้าหงิก หน้าเฉยๆ หรือแค่อมยิ้ม  (วาดคนหัวเราะนี่วาดยากนะ  ถ้าพลังลั้นลาไม่ถึงนี่ฉันก็ไม่ฝืนวาดเลย)

ที่จริงตั้งใจจะเล่าเรื่องวาดเจ้ากระต่ายหนุ่มตัวน้อยหน้าตางอแงไม่ยอมเข้านอนกับกระต่ายหนุ่มหน้าหงิกนักผจญภัยว่าได้วาดรูปแบบนี้สนุกดี  แต่ไหงกลายเป็นบ่นรำพึงรำพันถึงความหลังไปได้นะ

สงสัยเราจะเริ่มแก่แล้วจริงๆ :P









19 พฤษภาคม 2556

กุหลาบ

สมัยเด็กๆ  ฉันไม่ชอบดอกกุหลาบ  ใครๆบอกว่ากุหลาบหอมจัง กุหลาบนี่ล่ะคือเทพีคนสำคัญของมวลดอกไม้ ฉันก็ไม่เชื่อ

สวนของย่าก็มีกุหลาบขึ้นแซมตรงนู้นตรงนี้หลายต้น  ทั้งที่ออกดอกสีชมพู  สีขาว สีแดง สีอมส้มโอลด์โรส  แถมมีดอกให้ฉันแอบไปดมอยู่บ่อยๆ  แต่ตอนนั้นดมเท่าไหร่ ฉันก็ว่ามันไม่เห็นจะหอมเลิศเลออย่างที่หนังสือบรรยายถึงดอกกุหลาบเลย  ดอกเข็มขาวซะอีกที่กลิ่นหอมเด่น  แม้แต่เข็มส้มเข็มแดงที่ตั้งเป็นกออ้วนๆอยู่รอบสวน-ไม่หอมแต่น้ำในเกสรดอกก็หวานอร่อยชะมัด

ถ้าไม่นับดอกกุหลาบสีม่วงในการ์ตูนเรื่องนักรักโลกมายา (หน้ากากแก้ว) และยัยกุหลาบปากแข็งในเจ้าชายน้อยแล้ว....ดอกกุหลาบไม่เห็นได้เรื่องเลย... ฉันคิด

น่าแปลกที่พอโตขึ้นเข้าสู่วัยสาว(ใหญ่)   ฉันกลับเลือกน้ำหอมที่มีกลิ่นกุหลาบแต้มผิว  เริ่มสังเกตกลีบดอกที่ซับซ้อนและบอบช้ำง่ายของมัน  เริ่มชอบแบบไม่ค่อยรู้ตัว  จนกระทั่งฉันหัดวาดรูป...ฉันพบว่าดอกไม้ที่วาดเติมลงไปในภาพบ่อยครั้งที่สุดคือดอกกุหลาบ

กุหลาบแรกแย้ม  กุหลาบกลีบช้ำ กุหลาบที่แขวนตากไว้จนแห้ง  กุหลาบที่กลีบซับซ้อนเต่งตึง กุหลาบที่โรยราแห้งกรอบ...กุหลาบทุกช่วงวัยกลับสวยทั้งนั้นในสายตาฉันวันนี้



2 พฤษภาคม 2556

สี Oil Pastel กับฉันในวัยเด็ก

ตลกตัวเองหน่อยๆเวลาย้อนคิดว่าสมัยก่อนไม่ชอบระบายสีด้วยสี Oil Pastel มากขนาดไหน  ทั้งที่ตัวเองสมัยเรียนอนุบาลเคยส่งภาพวาดประกวด (งานเล็กๆในโรงเรียนนั่นล่ะมัง  ตอนนั้นยังเด็กมากเลยจำรายละเอียดเรื่องนี้ไม่ได้ )

ภาพที่วาดส่งไปเป็นรูปเด็กกับใบไม้ร่วงตามพื้น  ในภาพปล่อยกระดาษพื้นหลังโล่งขาวเกินครึ่งหน้ากระดาษแต่ก็ได้รางวัลมาซึ่งไม่แน่ใจว่าเขาให้เพราะถูกใจภาพเราหรือให้เพราะฉันเป็นลูกอาจารย์ที่สอนในวิทยาลัยครูที่โรงเรียนอนุบาลตั้งอยู่ในนั้น)      ที่จำได้แม่นยำคือรางวัลที่ได้เป็นสีกล่องโต  น่าจะเป็นสีชอล์ก (แบบที่เราเรียกสี Oil Pastel ตอนเด็กๆ) ในกล่องบรรจุสีไล่เฉดมากมายชวนใช้  แปลกที่ฉันจำไม่ได้ว่าเอาสีไประบายอะไรบ้าง  แต่จำแม่นว่าถูกใจกล่องแต่ไม่ได้ชอบใช้สีนีี้เลยจนกระทั่งเรียนวิชาศิลปะครั้งสุดท้ายสมัยมัธยมต้น

ผ่านจากวันนั้นมานานหลายสิบปี  ภายในเวลาแค่เดือนเดียวที่ลองเรียนรู้กับสีไปนี้อีกครั้งในวัยสามสิบปลายๆฉันกลับตกหลุมรักจังเบ้อเร่อกับสี Oil Pastel

ที่สำคัญมากเลยคือสีนี้ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองค่อยๆคลำหาแนวการวาดที่ชอบที่สุดได้ใกล้เข้าไปทุกทีและยิ่งอยากเรียนรู้ต่อไปอีกเรื่อยๆ :)



15 มกราคม 2556

ครู

พรุ่งนี้ก็เป็นวันครูแห่งชาติที่เวียนมาอีกปีแล้ว เชื่อว่าหลายคนคงมความประทับใจกับครูที่พอจะนึกได้บ้างกัน
ในชีวิตนี้มีทั้งครูโดยตรง ครูทางอ้อมที่ฉันยังเคารพอยู่หลายท่าน แต่ถึงจะเล่ามาแบบนี้ ฉันก็เป็นเด็กที่ร้ายกาจกับครู

ตอนช่วงเรียน ป.6 หรือ ม.1...จำไม่ได้แม่นนัก ฉันมีครูประจำชั้นเป็นลูกเสี้ยวฝรั่งหน้าตาคมคาย ร่างใหญ่ท้วมเล็กน้อยตามวัยแต่ผมน้อยจนเกือบล้าน ขอตั้งชื่อสมมติว่าชื่อมาสเตอร์ W

บอกตรงๆ ฉันไม่ถูกชะตากับแววตาหยาดเยิ้ม รอยยิ้มหวานที่ฉันคิดว่ามันชวนอ๊วก...ที่เมื่อเวลาผ่านไปจนวันเข้ามหาวิทยาลัย ฉันก็คิดได้ว่าที่ไม่ชอบคงเพราะเกิดอคติกับภาพลักษณ์มาสเตอร์ W จากที่อ่านหนังสือสักเล่มแล้วคิดว่านั่นเป็นสัญญาณทางเพศที่ส่งมา

ตอนนั้น มีเด็กผู้หญิงในชั้นหลายคนคิดแบบเดียวกับฉัน

ฉันอยู่ในกลุ่มเด็กหญิงที่เป็นสาวก่อนวัย แก่นแก้วทั้งๆที่ฉันเองก็ไม่ได้ประสาอะไรหรอกแต่หน้าตาชวนหาเรื่องของฉันคงทำให้เข้าพวกได้

มีอยู่วันหนึ่ง หนึ่งในเด็กหญิงกลุ่มนี้ทำหน้าที่รับถาดอาหารไปให้มาสเตอร์ W และใส่ยาถ่าย สลอตลงไปในอาหาร ฉันไม่ได้เห็นด้วย แต่ก็ไม่ได้คัดค้าน ความรู้สึกเยือกเย็นไม่รู้สึกรู้สาอะไรในตอนนั้น ฉันยังจำได้

โชคดีที่เราไม่ได้ฉลาด ยาจึงใส่ลงไปดื้อๆ เมื่อมาสเตอร์ W กินข้าวไปสองคำก็รู้สึกว่ารสชาติประหลาด มาสเตอร์ W จึงให้เด็กมาตามฉันเพื่อถามว่าทำไมอาหารเป็นแบบนี้

ฉันว่านั่นเป็นเพราะมาสเตอร์ W เชื่อว่าฉันจะไม่กล้าโกหกจึงเลือกถามฉัน

ใจที่สงบเยียบเย็น สมองที่คิดหาทางฉับไวในทางผิดกลั่นกรองคำพูดโกหกออกมาเพื่อไม่ให้มีใครผิดและมาสเตอร์ W ไม่ต้องกินอาหารถาดนั้นต่อ ฉันเองลอยอยู่เหนือเหตุการณ์

ฉันเป็นเด็กร้ายกาจ เมื่อวันเวลาผ่านไป เด็กร้ายกาจนี้ก็เริ่มตระหนักได้ถึงอคติของตนเองและสำนึกผิด

ฉันส่งคำขอโทษและสารภาพล่องลอยไปตามสายลม แต่คงไปไม่ถึงมาสเตอร์ W หรอกเพราะฉะนั้นใครที่ยังส่งคำขอโทษถึงก็ควรทำซะ

สวัสดีล่วงหน้ากับวันครูแห่งชาติ