แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ book แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ book แสดงบทความทั้งหมด

28 มกราคม 2556

ชวนอ่าน : ถอดรหัสข้ามศตวรรษ





มีจดหมายสามฉบับส่งไปถึงคนสามคน  เนื้อความในจดหมายร้องขอให้ผู้รับจดหมายช่วยพิสูจน์การกระทำอันสร้างความมัวหมองให้แก่หนึ่งในจิตรกรเอกของโลก  และห้ามผู้รับจดหมายไม่ให้นำจดหมายนี้ไปให้คนอื่นดูหรือแม้แต่เล่าให้ใครฟัง มิฉะนั้นชีวิตผู้รับจดหมายจะตกอยู่ในอันตราย  ...แน่นอนว่าจดหมายนั้นไม่มีลายเซ็นต่อท้าย  ไม่มีใครรู้ว่าใครกันแน่เป็นคนส่งจดหมายมาและใครคือบุคคลอีกสองคนที่ได้รับจดหมายนี้เหมือนกัน

ในชั้นเรียน ของคาลเดอร์และพีตร้า  มิสฮุสซีย์ ครูประจำชั้นบอกว่า”จดหมายตายไปแล้ว” และมอบการบ้านให้เด็กในชั้นเรียนไปถามคุณพ่อคุณแม่ว่าเคยได้รับจดหมายที่พวกท่านไม่เคยลืม...จดหมายที่เปลี่ยนแปลงชีวิตท่านไปตลอดกาลหรือไม่  และได้รับเมื่ออายุเท่าไหร่....การบ้านชิ้นนี้นำพาคาลเดอร์และพีตร้า เพื่อนร่วมชั้นที่ไม่เคยพูดคุยกันต้องร่วมผจญภัยและช่วยกันถอดรหัสที่ส่งข้ามศตวรรษจากภาพวาดด้วยจินตนาการ ด้วยความเชื่อว่าสิ่งที่สิ่งมหัศจรรย์นั้นเกิดขึ้นได้ และด้วยเพนโทมิโน-อุปกรณ์ทางคณิตศาสตร์คู่ใจของคาลเดอร์      พีตร้าและคาลเดอร์จะถอดรหัสทันหรือไม่---นั่นเป็นเรื่องที่ต้องอ่านต่อเอง

ฉันอ่านหนังสือเล่มนี้ด้วยความสนุกอย่างยิ่ง  สนุกไปกับข้อมูลศิลปะของจิตรกรเอกในเรื่องและสนุกไปกับการเอาใจช่วยพีตร้าและคาลเดอร์ให้หาคำตอบให้ทันเวลา  สนุกไปกับรหัสที่นักวาดภาพประกอบแอบใส่ไว้ในภาพ และอยากให้เด็กที่กำลังเติบโตในยุคดิจิตัล ยุคที่เชื่อเฉพาะสิ่งที่หาคำตอบออกมาได้ด้วยวิทยาศาสตร์ได้อ่าน   ฉันไม่รับประกันว่าคนอื่นอ่านแล้วจะชอบด้วย    แต่หนังสือเขาก็รับประกันตัวเองด้วย Agatha Award for the Best Mystery Work 2005 (Young Adult Novel), Edgar Allan Poe Award 2004 (Best Juvenile Fiction)  และรางวัลอีกเป็นตับจากองค์กรหนังสือเด็กและเว็บไซต์ต่างๆ

ถอดรหัสข้ามศตวรรษ (Chasing Vermeer)
เรื่อง : Blue Balliett
ภาพประกอบ: Brett Helquist
แปล: สุวัฒน์ หลีเหม
สำนักพิมพ์ เบลูก้า บุ๊คส์ (ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 ก.ค. 2548)

15 พฤศจิกายน 2555

ชวนอ่าน : คืนฝนลวง



มิจิโอะ ซุสุเกะ  ยังคงสร้างความประทับใจให้คนอ่านคนนี้ได้เหมือนเคย...สมกับที่คว้าตำแหน่งนักเขียนขวัญใจอีกคนของเรา


คืนฝนลวง...คืนที่ฝนพรำ  มังกรและปีศาจออกมาจับจ้องเหตุการณ์ฆาตกรรมที่เกิดขึ้นและล่อลวงผู้เขลาให้ตกเป็นเหยื่อ คืนนั้น  ฆาตกรรมที่พี่ชายคาดว่าจะลงมือกับพ่อเลี้ยงไม่เกิดขึ้น  แต่น้องสาวกลับเป็นผู้ลงมือกระทำเอง....เรื่องราวจะดำเนินต่อไปอย่างไร   มังกรและปีศาจจะมาล่อลวงตัวละครในเรื่องอย่างไรเป็นเรื่องที่ต้องตามอ่านดูเท่านั้น


ถึงจะเล่ามาแบบนี้  แต่มังกรและปีศาจที่เล่ามาก็ไม่ได้ออกมาให้เห็นชัดเจน  คนต่างหากที่กลายเป็นปีศาจไป...คุณมิจิโอะ ซุสุเกะใส่บรรยากาศเหนือจริงและลึกลับไว้ในนิยายของเขาเช่นเคย  และไม่ได้หลอกล่อความรู้สึกของตัวละครเท่านั้น  แต่คุณมิจิโอะ ซุสุเกะยังล่อหลอกให้คนอ่านได้รู้จักธาตุแท้ของตัวเองในขณะที่อ่านงานชิ้นนี้ของเขาด้วย  ฉันเชื่อว่าสิ่งที่คนอ่านจินตนาการล่วงหน้าไปคู่กับเรื่องนี้จะสะท้อนให้รู้ว่าคนอ่านเองนั้นมีทัศนคติอย่างไรต่อมนุษย์ด้วยกัน   และได้ปล่อยตัวเองให้ปีศาจในใจหลอกล่อครอบงำเข้าหรือเปล่า      


 ถึงจะไม่ได้หม่นและลึกลับขนาด “ฤดูร้อนซ่อนเงา”   แต่ “คืนฝนลวง”เป็นอีกงานของ มิจิโอะ ซุสุเกะ ที่ยังแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของเขาที่จะเขียนนิยายสะท้อนถึงจิตใจที่ยากแท้ที่จะหยั่งถึงของมนุษย์เรา

คืนฝนลวง (Ryujin No Ame)
มิจิโอะ ซุสุเกะ : เขียน
จันทิมา ทะคิโมะโตะ : แปล
สนพ.บลิส พับลิชชิ่ง ( J Book)

24 ตุลาคม 2555

ชวนอ่าน : Bel Canto อุบัติรักข้ามขอบฟ้า





หลังจากการ”ดอง” หนังสือเล่มนี้ไว้บนชั้นเกือบห้าปี  ในที่สุดฉันก็เริ่มอ่าน  อ่านไปเรื่อยๆตั้งแต่เริ่มงานสัปดาห์หนังสือฯจนจบก่อนงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติสิ้นสุด

ในช่วงแรกของ “เบล แคนโต้ “  ฉํนต้องฝืนตัวเองให้อ่านนิยายเรื่องนี้ไปตามจังหวะที่เนิบนาบ  บทบรรยายของผู้แต่งดำเนินไปในจังหวะที่ฉันไม่นิยมนัก  แต่พอได้ทำความรู้จักกันไปสักสามสิบหน้า  ฉันก็เริ่มคุ้นเคย....สายตาและความคิดฉันก็เต้นเข้ากันกับจังหวะเนิบนาบละเมียดละไมนี้

เบล แคนโต้  เริ่มเรื่องด้วยบรรยากาศในงานเลี้ยงวันเกิดแขกคนสำคัญของประเทศประเทศหนึ่ง  ในงานเต็มไปด้วยสิ่งหรูหราสวยงามที่ระดมมาตกแต่งในงานเพื่อหวังจะให้แขกชาวญี่ปุ่น ผู้เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่ประทับใจและหันมาลงทุนในประเทศยากจนแห่งนี้     นักร้องโอเปร่าสาวผู้โด่งดังที่นักธุรกิจใหญ่ผู้นี้ชื่นชอบได้รับเชิญมาร้องเพลงในงาน   สิ่งสวยงาม...บทเพลงไพเราะจับใจเคลือบสีสันให้งานเลี้ยงนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศรื่นเริง  แต่แล้วผู้ก่อการร้ายกลุ่มหนึ่งได้แฝงเข้ามาในงานและจับตัวทุกคนเป็นตัวประกัน

ตัวประกันจำนวนหลายร้อยคนมันมากเกินไป  ผู้ก่อการร้ายจึงปล่อยตัวประกันส่วนใหญ่ไป  เหลือไว้แต่คนสำคัญที่ใช้ต่อรองได้  แต่แล้วการต่อรองที่ผิดแผนนั้นก็ดำเนินยืดเยื้อไปกว่าสี่เดือน 

เราคาดหวังว่าเวลากว่าสี่เดือนนี้...ภายในบ้านหลังใหญ่ที่จัดงานเลี้ยง....ชีวิตของตัวประกันซึ่งมีทั้งนักธุรกิจ ล่าม นักร้อง นักการเมืองกับผู้ก่อการร้ายที่มีผู้นำกองกำลังเป็นนายพลไม่กี่คนกับเด็กที่อายุเพียงเพิ่งแตกหนุ่มและสาวน้อยที่ซ่อนใบหน้าสวยหวานไว้ใต้หมวกและชุดทหารจะดำเนินไปอย่างไรกัน   

แน่ละ...  ความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันระหว่างผู้ก่อการร้ายและตัวประกัน  ความตระหนักถึงชีวิตของตนเองเมื่ออยู่ภายนอกกำแพงที่ขังไว้กับชีวิตภายในรั้วกำแพงในฐานะตัวประกัน...รวมไปถึงความรัก  ความรู้สึกทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่ผ่านเข้ามาในทุกชีวิตของตัวละครจนตัวละคร (และคนอ่านเอง) ก็เคลิ้มไปกับเรื่องราวในกำแพงนั่นและอยากให้ทุกอย่างในกำแพงนั่นยังคงเป็นของมันอยู่อย่างนั้น ไม่เปลี่ยนแปลงไป

แต่ความเป็นจริงบนโลกใบนี้  มันยอมให้เราเป็นอย่างที่เราหวังหรือ...นั่นเป็นสิ่งที่คนอ่านต้องพบคำตอบเองจากหนังสือนิยายเล่มนี้ที่เขียนโดยแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จับตัวประกันในประเทศเปรูเมื่อปี ค.ศ. 1996  ที่เราเรียกได้ว่าเรื่องราวการจับตัวประกันในนิยายแทบจะถอดมาจากเหตุการณ์ครั้งนั้นเลยทีดียว  ผู้แปลเล่าว่าเมื่อเธอค้นหาข้อมูลเพิ่ม  เธอพบว่าในฉากจบ  ในสนามฟุตบอลที่มีภาพเด็กผู้ชายเล่นฟุตบอลกันอยู่นั้น  มันเหมือนกับเหตุการณ์จริงเลยทีเดียว

เบล แคนโต้ : อุบัติรักข้ามขอบฟ้า หรือ Bel Canto ในฉบับภาษาอังกฤษ (ที่มาจากภาษาอิตาเลียนที่แปลว่าการขับร้องที่ไพเราะ)
Ann Patchett  : เขียน
จิตราภรณ์ วนัสพงศ์ : แปล
แพรวสำนักพิมพ์  , 2547

หมายเหตุ : เหตุการณ์จับตัวประกันในเปรูครั้งนั้น อ่านเรื่องราวแบบไม่เจาะลึกได้จาก link นี้ค่ะ
http://en.wikipedia.org/wiki/Japanese_embassy_hostage_crisis

13 ตุลาคม 2555

The Giving Tree...My Giving Tree


 เคยเล่าเรื่องไว้ใน http://whitemomo.multiply.com (May 16, 2008)



'Once there was a tree...and she loved a little boy.'



ใน บล็อกที่แล้ว เพื่อนเคนเน็ธบอกว่าไม่ชอบอ่านตัวหนังสือ...ชอบดูภาพมากกว่า...หนังสือภาพ เป็นสิ่งแรกที่เอ็มนึกถึงก่อนที่จะนึกถึงรูปถ่ายดีๆที่แทนคำนับล้าน

...และ หนังสือภาพเล่มแรกที่เอ็มคิดถึงคือหนังสือเล่มนี้ค่ะ...หนังสือที่เอ็มกับ เค้าทำความรู้จักกันครั้งแรกเมื่อเกือบสิบปีก่อน...และการทำความรู้จักกัน ครั้งแรกก็เป็นการยืนอ่านหนังสือเล่มนี้ (ซึ่งยังไม่ได้ซื้อ) ที่ร้านคิโนะคูนิยะ สาขาอิเซตัน....เราทำความรู้จักกันด้วยภาษาไทยก่อนด้วยฉบับแปล....และด้วย น้ำตาที่ไหลแบบต้องหลบซ่อนกลางร้านหนังสือในทันทีที่เรารู้จักกันแค่ 2 นาที

The Giving Tree ของ Shel Silverstein คือเค้านั้นค่ะ

หลายคนอาจไม่คุ้นชื่อคนแต่ง...แต่ถ้าพูดถึงหนังสือ The Missing Piece หรือ The Missing Piece Meets the Big O เรื่องของวงกลมแหว่งๆที่ตามหาสิ่งที่ขาดหายมาเติมเต็ม และเรื่องของสามเหลี่ยมแล็กๆที่ลองพยายามฟิตกับหลายสิ่งที่ผ่านมาบนทางของเขา....คิดว่าหลายคนคงนึกออก เพราะเมื่อหลายปีก่อน หนังสือ 2 เล่มนี้โดยเฉพาะ The Missing Piece  ถูก แปลงแล้วส่งต่อผ่านอินเตอร์เน็ทไปทั่ว...เรื่องราวของวงกลมเว้าแหว่งกินใจคน เกือบทุกคนที่กำลังตามหาใครซักคนหรือที่ใดซักที่ซึ่งจะเติมชีวิตให้สมบูรณ์

...แต่ The Giving Tree ไม่ใช่เรื่องราวแบบนั้นค่ะ ;-)



...ไม่รู้ว่าเพราะลายเส้นที่ชัดเจนและถ้อยคำ น้อยแต่มาก หรือเปล่า The Giving Tree เลยถูกตีความไปหลายอย่างตามแต่ว่าเราจะจินตนาการว่า The Tree คือ ใคร คืออะไร ....เอ็มเองอ่านหลายรอบ...หลังๆก็ตีความมันต่างไปจากเดิมได้เรื่อยๆ...แต่ ความรู้สึกแรกที่ได้อ่านน่าจะเป็นความรู้สึกสุดพิเศษที่ทำให้รักหนังสือเล่ม นี้มาตลอด

The Giving Tree มีเรื่องราวสมชื่อค่ะ...ต้นไม้ที่มีแต่ให้...

ลอง หาอ่านกันดูนะคะ...แล้วเราจะพบกับความรักที่มีแต่ให้...ความรักที่ล้นออกมา จากภาพลายเส้นไม่กี่หน้า...ถ้อยคำไม่กี่ประโยคซึ่งพิสูจน์ให้เห็นพลังของภาพ และความสามารถของนักเขียน....แล้วเรามาลองคุยกันดูดีกว่าว่า เราคิดว่า The Tree คือใคร...และ The Boy ในเรื่องนั้นคือใคร...ถ้าอ่านฉบับภาษาอังกฤษไปเลยจะยิ่งดีค่ะ...ภาษาที่ใช้ไม่ยาก (เพราะยาก เอ็มก็คงอ่านไม่ได้  ;p )

วันนี้ ของทุกปีเป็นวันพิเศษของเอ็มค่ะ...เลยอยากเขียนถึงเรื่องนี้...เพราะวันนี้ เป็นวันที่เตือนให้เอ็มนึกถึงความรักมากล้นของ The Giving Tree ของเอ็ม ^__^”

...ถ้าสนใจหนังสือของ Shel Silverstein ....ก็ ลองทำความรู้จักเค้าผ่านเว็บไซต์นะคะ...เพราะเว็บไซต์นี้พิเศษตรงที่เราจะ ได้ลองอ่านหนังสือภาพของเค้า 2-3 หน้าแรกแบบเคลื่อนไหวได้ด้วย...เสียดายแต่ Shel เสียชีวิตลงแล้วค่ะ โลกจึงขาดคนที่สร้างสรรค์ลายเส้นและเรื่องราวกินใจผ่านหนังสือและบทเพลงไปอีกคน  (คนที่รักเสียงเพลงอาจจะรู้จักเค้าในอีกมุมนะคะ ....เพราะ Shel Silverstein เป็นคนแต่งเพลงชื่อ A Boy Named Sue ที่ขับร้องโดย  Johnny Cash ค่ะ)


12 ตุลาคม 2555

ชวนอ่าน : ตำนานแห่งป่าอันสาบสูญ




มีหลายครั้งที่เสียงลึกลับจะกระซิบเรียกเราให้เดินไปทางนั้น ทางนี้   ไม่ว่าไปแล้วจะพบเรื่องดีหรือเรื่องร้าย...แต่เราจะได้พบกับอะไรสักอย่างหนึ่งที่มีความหมายต่อเราแน่นอน  ฉันเชื่ออย่างนั้น

ดังนั้น  เมื่อเสียงกระซิบเรียกอีกครั้ง  ฉันซึ่งเคยเชื่อและได้พบหนังสือที่อยากได้ซ่อนตัวอยู่ในกองหนังสือเก่าบนแผงขายของในตลาดนัดจึงไม่รีรอที่จะเดินตามเสียงเรียกนี้ไปอีก

แล้วฉันก็เจอหนังสือเล่มนี้  หนังสือที่ถ้าเห็นบนชั้นในร้านหนังสือใหม่ก็อาจจะไม่ลองเปิดอ่าน  ไม่ว่าปกหลังจะโปรยว่าหนังสือเล่มนี้ได้รางวัล Newbery Honor 2009,   ALA Notable Children’s Book 2009 หรือเข้ารอบสุดท้ายของรางวัล National Book Award 2008

แต่ฉันก็ยอมรับว่าท่ามกลางกองหนังสือหลากหลาย ป้ายราคาหนึ่งร้อยบาท กับสีเทาอมเงินของตรารางวัล Newbery Honor Book ที่แปะอยู่บนปกหน้านั้นส่องประกายอ่อนๆ เตะตาชวนให้ฉันหยิบพลิกเปิดดู

ฉันซื้อหนังสือเล่มนี้เพราะคำอุทิศของผู้เขียนที่ว่า “แด่ เกรกและซินเทีย  เพราะมีความรักและมีแมว  แล้วสองสิ่งนั้นไม่เหมือนกันหรือ  -เค.เอ.”    ....และบทเริ่มต้นของเรื่องที่ว่า

“ไม่มีอะไรเหงาไปกว่าแมวตัวหนึ่งซึ่งเคยได้รับความรัก  อย่างน้อยก็พักหนึ่ง แล้วจึงถูกทิ้งไว้ข้างถนน  แมวสามสีเล็กๆตัวหนึ่ง  ครอบครัวของเธอ  ครอบครัวที่เธอเคยอยู่ด้วยทิ้งเธอไว้ในป่าเก่าแก่ที่ถูกลืมแห่งนี้  ป่าที่ฝนกำลังตกจนขนนุ่มของเธอเปียกโชกอยู่นี้....”

The Underneath หรือชื่อ “ตำนานแห่งป่าอันสาบสูญ” ในฉบับภาษาไทยคือหนังสือเล่มที่ว่า

ชื่อเรื่อง The Underneath ในต้นฉบับภาษาอังกฤษนั้นดูจะสอดคล้องและ “ใช่” กับเรื่องราวในเรื่อง  แต่ชื่อของฉบับภาษาไทยก็คงช่วยให้หนังสือขายได้ง่ายขึ้นมากขึ้นกระมัง (ในความคิดของสำนักพิมพ์)

เรื่องราวของความรัก ความผูกพันของแมวสามสีที่ถูกทอดทิ้ง  ลูกๆของเธอ และหมาล่าเนื้อแก่ที่ถูกโซ่ล่ามไว้ตลอดเป็นเวลาหลายปี  หมาล่าเนื้อที่ร้องเพลงได้ไพเราะและเศร้าโศกกว่าใคร

ไม่ใช่แค่หมาแก่  แต่ในป่ายังมีปีศาจในร่างมนุษย์  ยายงูเก่าแก่ที่ถูกฝังอยู่ใต้ต้นสนอายุพันปี  เจ้าแห่งจระเข้ผู้ยิ่งใหญ่  และเรื่องราวเมื่อหนึ่งพันปีก่อนที่ต้นไม้ยังคงขับขานเล่าเรื่องราวแก่กันผ่านสายลม...ยัง ยังไม่หมด  ห้วยระทมน้อยนั่นอีกล่ะ  สถานที่เกิดเรื่องน่าเศร้าใจเมื่อหนึ่งพันปีก่อน

เมื่ออ่านจบ...ฉันอยากได้ฉบับภาษาอังกฤษมาเก็บไว้อ่านซ้ำเพราะชอบใจบทเพลงที่หมาแก่ในเรื่องร้อง บทเพลงที่กระซิบชวนแมวสามสีเดินเข้ามาลึกในป่าและเรื่องราวอีกหนึ่งเรื่องก็เริ่มต้นและจบลงภายในป่าและห้วยระทมน้อยนั่นเอง

เล่ามาขนาดนี้  คนที่มาอ่านก็คงรู้แล้วว่าฉันชอบหนังสือเล่มนี้หรือไม่

The Underneath หรือ “ตำนานแห่งป่าอันสาบสูญ”
Kathi Appelt เขียน
ธารพายุ แปล
สนพ. แพรวเยาวชน

ปกฉบับภาษาอังกฤษและภาพประกอบในเรื่องโดย David Small
ออกแบบปกฉบับภาษาไทย โดย นฤมล เสือแจ่ม