แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ illustration แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ illustration แสดงบทความทั้งหมด

11 พฤศจิกายน 2557

มีปลาในทะเล มีทะเลในปลา

ไม่ได้อัพ blog นานมาก   นานๆมาทีก็มาอัพรูปวาดของตัวเองไว้เฉยๆอีก

ไว้จะขยันเขียน ขยันเล่ามากกว่านี้ในคราวหน้า  นะ นะ นะ (ย้ำกับตัวเองไว้ดังๆในใจ)  :)


23 กุมภาพันธ์ 2557

หัดเดินตามเป็ด

หัดเดินตามเป็ด

เอาล่ะสิ ทีนี้เลยบินได้ แต่ก็บินได้ไม่สูง  ว่ายน้ำได้แต่ว่ายไม่แข็ง เดินได้แต่ก็ตุปัดตุเป๋

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็ดีใจที่เป็นเป็ด  ขอเป็นเป็ดไล่ทุ่ง มีอิสระเสรี ไม่มีใครจับไปตุ๋นเป็นเป็ดพะโล้ก่อนก็แล้วกัน  (เจ้าเป็ดกับเด็กน้อยที่ฉันวาดก็ดูร่าเริงดีใช่มั้ย)  :)

บ่นเรื่อยเปื่อยในวันที่อากาศร้อน  วันที่หน่ายกับการนัดออดิชั่นเสียงพากย์ที่สับสนงงงวย วันที่อุณหภูมิการเมืองร้อนแรง...แถมใจฉันก็ยังร้อนตามไปด้วย


11 ธันวาคม 2556

เกิดสงครามพันครั้ง เด็ก(ใสๆ) ก็ยังสวยงาม

หลังจากหายตัวไปญี่ปุ่นมาสองสัปดาห์  กลับมาเมืองไทย...ภาวะการเมืองและความคิดเห็นทางการเมืองก็ร้อนระอุได้ที่

ส่วนตัวคนวาดเชื่อว่าการตื่นตัวทางการเมืองและแสดงออกทางการเมืองโดยไม่ใช่วิธีโปรยคำผรุสวาทบนเฟซบุ๊ครวมทั้งไม่ใช้ความรุนแรงเป็นเรื่องดีค่ะ  แต่อย่างไรก็ตามเวลาแบบนี้ ก็มักจะมีสงครามการเชือดเฉือนด้วยวาจาหรือสเตตัสต่างๆในโลกโซเชียลอยู่ดี  พอเจอมากๆ  คนวาดใจเล็กก็มักจะหันไปพักใจมองเด็กเล็กๆที่ยังไร้เดียงสาแก้อาการเครียดกับไปเล่นกับแมวค่ะ  ไม่รู้ว่าคนอื่นมีวิธีอะไรบ้างนะคะ

ปกติ เอมโม่ไม่ค่อยชอบเด็กค่ะโดยเฉพาะเด็กที่ถูกปรุงแต่งให้บุคลิกภายนอกเกินวัย  แต่ก็ชักเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณปู่หรือคุณย่า (แม้แต่ยักษ์!) ใจร้ายหน้าหงิกในวรรณกรรมเยาวชนถึงมักเสียท่าถูกเด็กๆดัดนิสัยได้ในที่สุด

ความบริสุทธิ์จริงใจคงเหมือนน้ำสะอาดที่เทลงไปล้างใจเลอะๆนะคะ  เทน้ำลงไปมากๆสม่ำเสมอก็พอจะล้างรอยเลอะได้บ้าง

เขียนถึงเด็กๆ  เลยเอารูปเด็กๆที่ตัวเองไม่ค่อยได้วาดมาประกอบไปด้วย :)


4 ตุลาคม 2556

จิตวิญญาณของป่า



ที่ประเทศไทย  ตอนนี้ในบรรดาผู้คนที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม  นักอนุรักษ์ทั้งตัวจริงและสมัครเล่น  คนรักต้นไม้ คนรักสัตว์ป่ากำลังสนใจในเรื่องการบริหารจัดการน้ำและการสร้างเขื่อนค่ะ

ประเด็นที่สนใจก็มีทั้งเรื่องการคอรัปชั่น  ความคุ้มค่าในการก่อสร้างและเรื่องระบบนิเวศที่จะเสียไปหากมีการใช้พื้นที่ป่าไม้มาเป็นพื้นที่เขื่อน  ความเดือดร้อนของคนในพื้นที่น้ำท่วมถึงซึ่งพบกับน้ำท่วมทุกปี

มีการเดินเท้าเพื่อคัดค้านรายงานผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย สำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง (EHIA) Environmental Health Impact Assessment ของเขื่อนแม่วงก์ซึ่งมีแผนสร้างขึ้นในบริเวณป่าที่มีสัตว์ป่าหลายชนิดอาศัยและเป็นพื้นที่หากิน เช่นเสือโคร่ง นกเงือก นกยูง สมเสร็จและสัตว์ป่าอีกหลายประเภท

ตัวฉันเองก็ไปร่วมเดินเท้าเพื่อคัดค้านด้วย  ในช่วงระยะเดินในกรุงเทพ ตั้งแต่หน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ถึงหอศิลป์ กทม.  ที่ไปไม่ใช่เพราะเป็นนักอนุรักษ์ตัวยง  แต่เพื่อความเชื่อของตนเองที่มีว่าเราต้องเคารพพื้นที่ดำรงชีวิตของกันและกัน ทั้งคนและสัตว์  ทุกชีวิตมีความเท่าเทียมกันก็แค่ตรงนี้ค่ะ  แค่การมีสิทธิ์มีชีวิตบนโลก   

สำหรับคนที่เชื่อว่าในทุกสิ่งรอบตัว ถึงไม่มีชีวิตเดินเหินได้อย่างสิ่งมีชีวิตอื่นๆแต่หากได้รับความผูกพัน ได้มีโอกาสอยู่บนโลกนี้เพียงพอ...ต้องมีจิตวิญญาณในนั้นแน่ๆอย่างฉัน  การออกเสียงตัวเองแทนจิตวิญญาณเหล่านั้นเป็นเรื่องสำคัญค่ะ  ดังนั้นสิ่งใดที่ทำแล้วไม่เบียดเบียนตัวเองนักก็อยากจะทำให้เพื่อจิตวิญญาณเหล่านั้น

ในหมู่คนที่รักศิลปะ ทั้งสนใจในการวาดรูปและสนใจในภาพถ่ายก็มีการรวมตัวกันเพื่อแชร์งานของตนเองที่ทำเป็น Cover Photo สำหรับ facebook เพื่่อคัดค้าน EHIA ชิ้นนี้และต่อต้านเขื่อนค่ะ  ตัว aimmo เองก็มีน้องที่รู้จักกันชักชวนให้ร่วมโครงการนี้ด้วย  ถึงแม้เราจะเป็นแค่นักวาดภาพสมัครเล่น

ภาพข้างบนนี้คือภาพที่ฉันวาดเพื่อร่วมโครงการค่ะ  มีการปรับขนาดภาพในพอดีขนาด cover photo แล้วต่างจากนี้บ้างแต่ไม่มาก  ส่วนภาพข้างล่างตือความรู้สึกของฉันเอง

จิตวิญญาณของพื้นแผ่นดิน ผืนป่าที่เกื้อกูลกันและกันกับสรรพสัตว์และต้นไม้คงรู้สึกเจ็บปวดแบบนี้


 ถ้าภาพของฉันจะทำให้ใครสักคนรับรู้และเข้าใจความเจ็บปวดนี้ได้  ฉันก็พอใจค่ะ  แต่ถ้ามันสะเทือนความรู้สึกถึงคนหมู่มากได้ก็ยิ่งยินดี  ฉันจึงวาดและนำสองภาพนี้มาโพส :)



24 กันยายน 2556

วาดภาพแบบอนาล็อกผสมดิจิตอล :P

ไม่ได้อัพบล็อกซะนานเพราะเข้าใช้ blogspot ไม่ได้และเข้า gmail ไม่ได้ด้วย  ตอนแรกก็นึกว่าแอคเคานท์โดนแฮ็คหรืออะไรไปไกลเลยนะคะ แต่พอลองเปลี่ยนจาก Chrome มาเป็น Firefox ก็เปิดได้ปกติ

ตลกดี ใช้ Chrome กลับเปิด gmail ไม่ได้ -_-')


ช่วงที่เข้าใช้ gmail ไม่ได้  เป็นช่วงเดียวกับที่เอมได้แท็บเลต Ipad Mini มาพอดี ...โปรเจ็คท์ที่คิดจะซื้อกราฟฟิค แท็บเลตอย่าง Wacom Bamboo เลยพักไว้ก่อนค่ะ  มาลองวาดในแท็บเลตธรรมดาๆนี่ก่อนเพราะได้มาโดยไม่ต้องซื้อ ...ไว้ถนัดกว่านี้ก็คงหากราฟฟิคแท็บเลต (ที่ต้องเสียเงินซื้อเอง)มาใช้ทีหลัง

งานวาดมือนั้นสนุกอยู่แล้ว  และการได้ทำงานโดยใช้ร่างกายเราสัมผัสจริงกับชิ้นงานมันสร้างความสุขและส่งต่อพลังงานจากสิ่งที่ทำย้อนกลับมาที่มือหรือร่างกายเราด้วยค่ะ  ส่วนการวาดผ่านสไตลัสกดลงผิวจอแท็บเลตก็ให้งานอีกแบบ  สนุกเหมือนกัน และอาจสดใสฉับไวกว่าและให้ภาพเหมาะสมกับสื่อบางอย่างมากกว่าด้วย  แต่ให้พูดตรงๆ  เอมคิดว่าแม่เราจะทำงานแบบดิจิตอลเป็นหลักก็ควรแบ่งเวลามาสร้างสรรค์สิ่งต่างๆด้วยมือหรือร่างกายเราโดยตรงบ้าง   ในความคิดเรา  มันเหมือนการที่เราเดินเท้าเปล่าบนสนามหญ้า บนหาดทรายหรือบนผืนดินค่ะ  เรากับสิ่งที่สัมผัสได้ส่งต่อพลังบางอย่างถึงกันจริงๆ

เล่าเรื่อยเปื่อยมาหลายบรรทัดแล้ว   ในเมื่อวันนี้พูดถึงงานมือและงานดิจิตอลจึงขอเอารูปนี้มาแปะ  รูปที่วาดมือแล้วนำไปลงสีผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์

หวังว่ามันจะสร้างความรู้สึกบางอย่างต่อคนดูค่ะ :)

12 กันยายน 2556

เมื่อฉันวาดภาพประกอบหนังสือ "ทารกจกเปรตกับบทละครทั้ง 6"




ช่วงต้นปี  นิกร แซ่ตั้ง  ผู้กำกับละครเวที ผู้เป็นรุ่นพี่คณะที่ฉันนับถือมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยและยังได้ร่วมงานกันในสมัยฉันยังทำงานละครเวทีเล่าถึงโปรเจคท์พิมพ์หนังสือรวมบทละครของเขา  เริ่มแรก พี่นิกรตั้งใจเป็นคนออกทุนและจัดพิมพ์หนังสือเองจึงคุยกับฉันซึ่งกำลังอยู่ในช่วงฝึกหัดวาดภาพด้วยตนเองมาสักพักว่า เอม  เธอมาวาดรูปประกอบบทละครให้พี่หนึ่งเรื่องสิ


เรื่องที่พี่นิกรมอบหมายให้ฉันวาด คือ เรื่องวันดับฝัน...ระหว่างที่คุยกัน  พี่นิกรมีงานละครที่อเมริกา  เราคุยกันผ่านเฟซบุ๊คและฉันก็ส่งภาพวาดเพื่อให้พี่นิกรดูแนวทางของภาพเป็นระยะ   ผ่านมากลางปี  โปรเจคท์นี้จำเป็นต้องพักไว้ก่อน แต่ก็เหมือนโชคเข้าข้างฉัน  ในที่สุด โปรเจคท์รวมบทละครก็เริ่มต้นอีกครั้ง โดยมีผู้จัดทำและจัดจำหน่ายคือ Sea Studio


พี่นิกรแนะนำฉันกับทีมงาน Sea Studio    ทั้งฉันและทีมงานต่าง"ใหม่" กับงานหนังสือทั้งคู่ (ทีมงานเป็นผู้ผลิตละครโทรทัศน์เป็นหลักและเป็น"ผู้รักละครเวที" มาเนิ่นนาน) เราจึงคุยกันเรื่องงานนี้โดยไม่ใช่ลักษณะธุรกิจจ๋าแต่เป็นการร่วมงานกันเพื่อละครเวทีที่รักมากกว่า  และเนื่องจากทีมงานต้องการให้ภาพในหนังสือเป็นไปในทางเดียวกัน  ฉันจึงได้รับโอกาสวาดภาพประกอบบทละครทั้งเจ็ดเรื่องของ นิกร แซ่ตั้ง ในเล่มนี้


ฉันเริ่มต้นงานวาดภาพประกอบหนังสือโดยมีความเป็นมาเป็นไปแบบนี้ล่ะ  ถึงมันจะไม่ใช่งานที่เผยแพร่ในวงกว้างนักแต่ระหว่างทำงานและเมื่อเห็นหนังสือพิมพ์ออกมาโดยมีชื่อตนเองพิมพ์ระบุไว้ว่าเป็นผู้วาดภาพประกอบ  ฉันก็รู้สึกเต็มตื้นด้วยความรู้สึกขอบคุณต่อผู้มอบโอกาสอันได้แก่พี่นิกรและทีมงาน Sea Studio   ขอบคุณครอบครัวที่สนับสนุนต่อการเลือกทำงานของฉันไม่ว่าจะฉันตัดสินใจอย่างไร จะมีความฝันเบ่งบานกี่ครั้ง  ขอบคุณคนรักและครอบครัวของเขา  ขอบคุณเพื่อนหลายคนที่ให้กำลังใจและสนับสนุนฉันเมื่อเห็นฉันหัดวาดรูป  


ขอขอบคุณต่อผู้คนและเรื่องราวในชีวิตซึ่งเกิดกับฉัน  ตัวฉันประกอบมาด้วยเรื่องราวเหล่านั้น  ภาพและการตีความของฉันเองก็เช่นกัน เติบโตมาจากทุกข์และสุขซึ่งผ่านมาในชีวิตเช่นเราทุกคนบนโลกใบนี้

16 สิงหาคม 2556

คือฉัน (อีกหลายคน)



เคยมีเพื่อนที่รู้จักผ่านโลกออนไลน์คุยมาทางข้อความของเฟซบุ๊ค  ใจความรวมๆคือเพื่อนเห็นเราลงมือวาดรูปจึงได้แรง(คงไม่ถึงแรงบันดาลใจ) ที่จะลุกขึ้นมาวาดรูปอีกครั้งและแนะนำให้ฉันมุ่งมั่นไปกับแนวทางวาดรูปของตัวเองที่ชัดเจนไปทางเดียวเลย

นึกขอบคุณเพื่อนคนนั้น (และก็ได้ขอบคุณออกไปแล้ว) ในน้ำใจที่แนะนำมาด้วยความหวังดี  ตอนนั้นดีใจมากเลยที่อย่างน้อยการที่ตัวฉันเองลงมือวาดรูปทุกๆวันจะทำให้คนตัดสินใจลงมือทำสิ่งที่เขาเคยนึกอยากทำเมื่อนานมาแล้วและขอบคุณมากที่เพื่อนคนนี้บอกเราอย่างตรงไปตรงมาในสิ่งที่เธอคิด  (เพื่อนคนนี้มีสายตาของศิลปินและสายตาของการขายงาน  การแนะนำของเธอไม่ได้มาจากการพูดเรื้อยเจื้อย)

ขณะเดียวกัน ฉันเองก็รู้ดีอยู่แล้วว่าการสร้างสไตล์ที่ชัดเจนแน่วแน่นั้นเป็นเรื่องดีและคงจะทำให้พอร์ตฯงานออกมาจับตาคนได้มากกว่าการวาดรูปในสไตล์นั้นที สไตล์นี้ที...แต่ก็นั่นล่ะ  บางเรื่องเรารู้ว่ามีประโยชน์ในเชิงการตลาดแต่เราก็อาจเลือกไม่ทำ


ฉันเชื่อและคิดมาตลอดว่าในตัวฉันเองนั้นมี "ฉัน"คนอื่นอยู่อีก  ไม่ใช่ฉันในภาคมาร ภาคนักบุญ...แต่เป็นฉันอีกอย่างน้อยสามคน  และทั้งสามคนนี้ก็ยังมีภาคมารภาคนักบุญของตัวเองอีก

ดูเหมือนคนเป็นโรคจิตเภทหน่อยๆมั้ย :P

การวาดรูปเป็นเหมือนช่องทางแสดงออกและยืนยันในตัวตนที่มีอยู่ของพวกเขา  ดังนั้น ถ้าจำเป็นต้องโชว์งานสไตล์เดียวเพื่อขาย  ไว้ถึงเวลานั้นฉันค่อยมาคัดแยกงานให้เป็นหมวดหมู่อีกทีก็ได้   ถึงฉันจะเดินบนเส้นทางนักวาดรูปอย่างที่ตั้งใจได้ช้าไปหน่อย  แต่มันก็ช่วยไม่ได้ในเมื่อฉันจับมือเดินไปพร้อมกับกัน"ฉัน"คนอื่นๆนี่นา  คงจะวิ่งลำบาก :)

เอาแต่พร่ำเพ้อไปก็ไม่มีประโยชน์  เอารูปมาอวดดีกว่า   สัปดาห์นี้ ฉันวาดภาพผู้หญิงติดๆกันมาสามรูป  ถึงจะลงสีกวอชเหมือนกัน แต่สามรูปก็ดูจะคนละสไตล์เลยจนได้ทั้งที่ก็ตั้งใจจะให้ออกมาแนวเดียวกันมากที่สุด

แต่ไม่ต้องห่วงนะ  รูปนี้วาดจากฉันคนเดียวนี่ล่ะ  ไม่ใช่สามคนที่ว่า :P






7 สิงหาคม 2556

Life


“Life is an opportunity, benefit from it.
Life is beauty, admire it.
Life is a dream, realize it.
Life is a challenge, meet it.
Life is a duty, complete it.
Life is a game, play it.
Life is a promise, fulfill it.
Life is sorrow, overcome it.
Life is a song, sing it.
Life is a struggle, accept it.
Life is a tragedy, confront it.
Life is an adventure, dare it.
Life is luck, make it.
Life is too precious, do not destroy it.
Life is life, fight for it.”

― Mother Teresa

7 มิถุนายน 2556

สมุดจิ๋ว



ฉันมีสมุดเล่มเล็กจิ๋วที่ได้เป็นของขวัญปีใหม่จากน้องสาวสามเล่ม (ได้มาเป็นแพ็คเลย)

สมุดเหล่านี้แสนจะเหมาะกับการพกใส่กระเป๋าเพราะขนาดเล็กของมันจะใส่ไว้ในกระเป๋าถือใบย่อมๆก็ได้

ฉันใช้มันจดบันทึกกันลืมบ้าง จดเลขที่บัญชีที่ต้องไปทำธุรกรรมกับธนาคารบ้าง...และใช้วาดรูปฝึกมือระหว่างนั่งรถเมล์ด้วย  ถึงแม้จะพกสมุดวาดรูปเป็นประจำอยู่แล้วแต่สมุดจิ๋วในรูปนี้เป็นเล่มเดียวที่พกติดตัวทุกครั้ง

ตอนนี้ก็กลางปีแล้ว  ฉันใช้มันไปแล้วครึ่งเล่ม...หนึ่งปีก็คงใช้หนี่งเล่ม

ของขวัญจากน้องสาวคราวนี้...ใช้ได้สามปีเชียว...คุ้มค่าน่าดู :)



5 มิถุนายน 2556

กระต่ายน้อยหน้าหงิก


ไม่รู้ทำไมถึงชอบวาดเด็กหน้าหงิกหรือเด็กหน้าเฉยๆมึนๆ....จะเป็นเพราะตัวเองสมัยเด็กๆก็ชอบทำหน้าหงิกเหรอ...อืมม์...ก็ไม่น่าจะใช่

สมัยเด็กๆ เวลาฉันวาดรูปเล่น...จำได้แม่นว่าสิ่งที่วาดยากมากคือหน้าตา"ยิ้มแย้ม"  หน้ายิ้ม ตาก็ควรจะยิ้ม..เส้นที่ปากหรือดวงตาบิดไปจากที่ตั้งใจนิดเดียว  "ยิ้ม"นั้นก็ดูไม่น่าเชื่อถือซะแล้ว

ช่วงที่ฉันทำงานอย่างบ้าคลั่งจนการนอนค้างออฟฟิศในวันทำงานเป็นเรื่องปกติ  ทำงานจนเห็นพระอาทิตย์ขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา  ...ช่วงนั้นเวลาวาดรูปเล่น ฉันกลับชอบวาดรูปตัวการ์ตูนยิ้ม  ยิ้มเรี่ยราดเรื่อยเปื่อย...วาดแล้วก็คลายเครียดดี  ไม่ได้สนใจว่า"ยิ้ม"ในภาพจะดูยิ้มจริงหรือยิ้มหลอก ได้แต่ขีดๆเส้นลงสมุดเป็นบางครั้งไว้บรรเทาอาการหงุดหงิดเรื่องคนเรื่องงานเท่านั้น

กลับมาวาดรูปตอนอายุสามสิบกว่าอีกทีด้วยความรู้สึกแบบตอนเด็ก  ฉันเลือกที่จะวาดรูปที่ตัวเองอยากวาด  ตราบใดที่งานนั้นไม่ได้เป็นงานจ้างให้ทำตามโจทย์   (แน่นอนว่าในการวาดเพื่อความรื่นรมย์ใจ  มันก็มีจุดหมายอื่นด้วย  พอเราโต เราก็อยากให้มีคนชอบผลงานเรา  เห็นค่างานของเรา---อันนั้นมันเป็นจุดหมายรองลงมา  และถึงฉันอยากจะให้มันเป็นจุดหมายหลักเพื่อจะได้เป็นตามนั้นเร็วๆ แต่ฉันก็เชื่อว่าคนแต่ละคนมีรูปแบบชีวิตของตัวเอง  ฉันเป็นพวกชอบใช่้พลังเฉื่อย...ก็ขอเป็นตัวของตัวเองแบบนี้ล่ะ )  

พอวาดตามใจ ...บ่อยครั้งตัวละครในรูปวาดของฉันเลยหน้าหงิก หน้าเฉยๆ หรือแค่อมยิ้ม  (วาดคนหัวเราะนี่วาดยากนะ  ถ้าพลังลั้นลาไม่ถึงนี่ฉันก็ไม่ฝืนวาดเลย)

ที่จริงตั้งใจจะเล่าเรื่องวาดเจ้ากระต่ายหนุ่มตัวน้อยหน้าตางอแงไม่ยอมเข้านอนกับกระต่ายหนุ่มหน้าหงิกนักผจญภัยว่าได้วาดรูปแบบนี้สนุกดี  แต่ไหงกลายเป็นบ่นรำพึงรำพันถึงความหลังไปได้นะ

สงสัยเราจะเริ่มแก่แล้วจริงๆ :P









1 มิถุนายน 2556

ภาพแต่ละภาพนี่มันเป็นตัวของตัวเองแฮะ



วาดไปวาดมาภาพนี้ออกแนวการ์ตูนไปเลย

ฉันวาดรูปนี้แบบเรื่อยๆเพลินๆ   ตอนแรกตั้งใจว่าจะไม่ตัดเส้นด้วยหมึกเพราะอยากให้ภาพดูฟุ้งๆชวนฝัน...แต่พอวาดจนจบแล้วกลับรู้สึกขัดใจกับเส้นดินสอที่ใช้มาก  

ลงหมึกปุ๊บ  ความรู้สึกขัดใจหายไปเป็นปลิดทิ้ง....ภาพบางภาพมันก็ดูเหมือนมีหนทางของมันเนอะ  มันจะต้องเสร็จจบด้วยเส้นหมึกที่ลากเน้นภาพ  มันอาจจะต้องจบแค่ภาพร่างแบบเร็วๆเห็นอารมณ์ขณะวาดผ่านเส้นได้ชัดเจน  มันจะอาจจะต้องค่อยๆแต้มเส้นเล็กๆยิบย่อยลงตามจุดต่างๆในภาพถึงจะสมบูรณ์

ภาพแต่ละภาพนี่มันเป็นตัวของตัวเองจริงๆแฮะ

19 พฤษภาคม 2556

กุหลาบ

สมัยเด็กๆ  ฉันไม่ชอบดอกกุหลาบ  ใครๆบอกว่ากุหลาบหอมจัง กุหลาบนี่ล่ะคือเทพีคนสำคัญของมวลดอกไม้ ฉันก็ไม่เชื่อ

สวนของย่าก็มีกุหลาบขึ้นแซมตรงนู้นตรงนี้หลายต้น  ทั้งที่ออกดอกสีชมพู  สีขาว สีแดง สีอมส้มโอลด์โรส  แถมมีดอกให้ฉันแอบไปดมอยู่บ่อยๆ  แต่ตอนนั้นดมเท่าไหร่ ฉันก็ว่ามันไม่เห็นจะหอมเลิศเลออย่างที่หนังสือบรรยายถึงดอกกุหลาบเลย  ดอกเข็มขาวซะอีกที่กลิ่นหอมเด่น  แม้แต่เข็มส้มเข็มแดงที่ตั้งเป็นกออ้วนๆอยู่รอบสวน-ไม่หอมแต่น้ำในเกสรดอกก็หวานอร่อยชะมัด

ถ้าไม่นับดอกกุหลาบสีม่วงในการ์ตูนเรื่องนักรักโลกมายา (หน้ากากแก้ว) และยัยกุหลาบปากแข็งในเจ้าชายน้อยแล้ว....ดอกกุหลาบไม่เห็นได้เรื่องเลย... ฉันคิด

น่าแปลกที่พอโตขึ้นเข้าสู่วัยสาว(ใหญ่)   ฉันกลับเลือกน้ำหอมที่มีกลิ่นกุหลาบแต้มผิว  เริ่มสังเกตกลีบดอกที่ซับซ้อนและบอบช้ำง่ายของมัน  เริ่มชอบแบบไม่ค่อยรู้ตัว  จนกระทั่งฉันหัดวาดรูป...ฉันพบว่าดอกไม้ที่วาดเติมลงไปในภาพบ่อยครั้งที่สุดคือดอกกุหลาบ

กุหลาบแรกแย้ม  กุหลาบกลีบช้ำ กุหลาบที่แขวนตากไว้จนแห้ง  กุหลาบที่กลีบซับซ้อนเต่งตึง กุหลาบที่โรยราแห้งกรอบ...กุหลาบทุกช่วงวัยกลับสวยทั้งนั้นในสายตาฉันวันนี้



17 พฤษภาคม 2556

คนธรรพ์รำพัน

เริ่มวาดรูปนี้เมื่อสามสี่วันก่อนโดยวาดดินสอลงไปเฉพาะโครงหน้า ตา จมูก ปาก

ดูภาพตอนนั้นแล้วนึกไปถึงหน้ากินร กินรีในวัดและก็ละม้ายกันโครงหน้าของพระพุทธรูปด้วย

ฉันไม่ได้ตั้งใจวาดเป็นหน้าพระพุทธรูปแล้วมีนัยยะอะไรซ่อนอยู่ก็ยิ่งไม่อยากให้ใครมองไปแบบนั้น  (ไม่กลัวบาป แต่กลัวคนเข้าใจผิด...ถ้าเรามีประเด็นจะสะท้อนสังคมในเรื่องการนับถือ "ภาพ" หรือ "ร่าง" แทนตัวบทศาสนาก็ว่าไปอย่าง  แต่นี่ไม่มีก็ไม่อยากให้คิดไปไกล)

รายละเอียดที่เติมมาทีหลังเป็นรายละเอียดเล่นสนุกของฉันที่อยากลองวาดดูว่าคนธรรพ์ ชาวสวรรค์บางพวกน่าจะมีหน้าตาแบบไหน  จะมีรอยสัก รอยเจาะประดับตุ้มหู ตุ้มจมูกไหมหนอ

ระหว่างคิดไปก็ลงรายละเอียดไปเรื่อยๆ....สนุกเช่นเคย (คงเพราะเติมรายละเอียดไประหว่างดูน้องชายปล้ำผสมแป้งที่จะใช้ทำแผ่นนานไว้กินกับแกงกะหรี่ด้วยละมัง) ^ ^



เอาเพลงคนธรรพ์รำพันของแจ้มาลงด้วยไปด้วยดีกว่า  ดนตรีไม่เหมาะกับรูปนี้หรอกแต่เนื้อเพลงนี่อาจจะใช่นะ   อิอิ

4 พฤษภาคม 2556

สีไม้ colleen มันเข้มข้นสดดีจังเนอะ

กลับมาใช้สีไม้ระบายบ้าง


สีไม้ยี่ห้อ Colleen ดูจะเป็นสีไม้ในดวงใจของเด็กๆด้วยเนื้อสีที่เข้ม ราคาไม่แพง   ฉันเองมีสีไม้ (ระบายน้ำ) ยี่ห้อ Caran d'Ache รุ่น Swiss Color ซึ่งราคาแพงพอสมควร (รุ่นดีมากๆของสียี่ห้อนี้ราคาหลายพันบาทเชียว) ที่ซื้อไว้นานหลายปี  แต่ก็ยังชอบสีไม้ Colleen มากๆ เลยคงเพราะสีไม้เดิมที่มีเหมาะกับการระบายไล่ล้อเฉดสวยๆดูเบาและอ่อนหวาน  แต่ฉันซึ่งไม่มีทักษะอย่างนั้นและมักชอบระบายสีแบบเข้มข้นเลยได้ประโยชน์จากสีเดิมไม่ได้เต็มที่

เด็กๆที่ชอบสีสดและฉันที่มือหนัก พอใช้ colleen ก็มันส์เลย  บดสีกับกระดาษได้แบบไม่ต้องกลัวเปลือง :P

ถึงฉันจะระบายสีไม้แบบเบาๆฟุ้งๆไม่เป็นแต่ก็คิดจะหัดในสักวันนะ  รูปที่ใช้สีละมุนละไมมันน่ามอง  มองแล้วก็สบายใจดี

สำหรับฉัน คนที่วาดภาพแล้วน่ามองเพลินตากับคนที่วาดรูปสะท้อนอารมณ์ชวนให้คนดูรู้สึกตามก็เก่งเหมือนๆกัน    ยิ่งรูปที่นอกจากน่ามองแล้วยังสะท้อนอารมณ์ยิ่งเก่งเข้าไปใหญ่เลย ^ ^



2 พฤษภาคม 2556

สี Oil Pastel กับฉันในวัยเด็ก

ตลกตัวเองหน่อยๆเวลาย้อนคิดว่าสมัยก่อนไม่ชอบระบายสีด้วยสี Oil Pastel มากขนาดไหน  ทั้งที่ตัวเองสมัยเรียนอนุบาลเคยส่งภาพวาดประกวด (งานเล็กๆในโรงเรียนนั่นล่ะมัง  ตอนนั้นยังเด็กมากเลยจำรายละเอียดเรื่องนี้ไม่ได้ )

ภาพที่วาดส่งไปเป็นรูปเด็กกับใบไม้ร่วงตามพื้น  ในภาพปล่อยกระดาษพื้นหลังโล่งขาวเกินครึ่งหน้ากระดาษแต่ก็ได้รางวัลมาซึ่งไม่แน่ใจว่าเขาให้เพราะถูกใจภาพเราหรือให้เพราะฉันเป็นลูกอาจารย์ที่สอนในวิทยาลัยครูที่โรงเรียนอนุบาลตั้งอยู่ในนั้น)      ที่จำได้แม่นยำคือรางวัลที่ได้เป็นสีกล่องโต  น่าจะเป็นสีชอล์ก (แบบที่เราเรียกสี Oil Pastel ตอนเด็กๆ) ในกล่องบรรจุสีไล่เฉดมากมายชวนใช้  แปลกที่ฉันจำไม่ได้ว่าเอาสีไประบายอะไรบ้าง  แต่จำแม่นว่าถูกใจกล่องแต่ไม่ได้ชอบใช้สีนีี้เลยจนกระทั่งเรียนวิชาศิลปะครั้งสุดท้ายสมัยมัธยมต้น

ผ่านจากวันนั้นมานานหลายสิบปี  ภายในเวลาแค่เดือนเดียวที่ลองเรียนรู้กับสีไปนี้อีกครั้งในวัยสามสิบปลายๆฉันกลับตกหลุมรักจังเบ้อเร่อกับสี Oil Pastel

ที่สำคัญมากเลยคือสีนี้ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองค่อยๆคลำหาแนวการวาดที่ชอบที่สุดได้ใกล้เข้าไปทุกทีและยิ่งอยากเรียนรู้ต่อไปอีกเรื่อยๆ :)



25 เมษายน 2556

ปากกา Sakura Pigma, นักวาดการ์ตูนตัวปลอมและภาพค่ำคืน

ช่วงแรกที่กลับมาหัดวาดรูป   ฉันชอบปากกา Sakura Pigma มากเลย (ปัจจุบันก็ยังชอบมากอยู่ แต่มีเผลอใจไปให้ปากกาคอแร้งบ้าง (อ่านภาษาจีนไม่ออกว่าที่ชอบใช้คือหัวอะไร  แต่เข้าใจว่าหัวที่ชอบใช้คือซาจิ-เพ็น  เพราะมันใหญ่และอุ้มหมึกได้มากที่สุด)   ส่วน Faber-Castell Ecco Pigment นั้นฉันใช้ไม่ค่อยถนัด พอซื้อมาก็เลยเอาไว้ใช้ขีดเส้นตรงหรือระบายถมดำในภาพมากกว่า

เวลาใช้ปากกา Sakura Pigma ทีไรจะรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังวาดมังหงะอยู่ (ส่วนใหญ่นักวาดเขียนเขา/เธอใช้จี-เพ็นกัน แต่ก็มีบางคน อย่างทีม Clamp ที่วาดด้วยปากกา Sakura Pigma )   คงเพราะอิทธิพลจากหนังสือการ์ตูนโชโจที่อ่านตอนเด็กๆ  ตัวเอกจะมีแม่ที่เป็นนักเขียนการ์ตูน  วันๆหมกตัวอยู่ในห้อง...หน้าที่ทำงานบ้านก็เป็นของพระเอก/นางเอกตัวจ้อยแทน

ฉันที่ไม่ได้ชอบทำงานบ้านก็จินตนาการไปสิว่าเราอยากเป็นแม่แบบนี้ล่ะ  ดีจะตาย ไม่ต้องทำงานบ้าน...ได้วาดรูป  ได้เงินจากรูปด้วย :D

เมื่อสัปดาห์ก่อนฉันใช้ Sakura Pigma วาดรูปอีกครั้ง  ระบายสีด้วยสีไม้ระบายน้ำ...นึกว่าตัวเองเป็นนักเขียนการ์ตูน  จินตนาการเรื่องไปด้วยว่านางในรูปคือ "ค่ำคืน" ที่เมื่อเห็นเจ้ากระต่ายบนดวงจันทร์หลับไปแล้วก็เริ่มจะปลดปล่อยดวงอาทิตย์ออกมาจากเสื้อคลุมของนาง   

วาดรูปไปก็ได้ย้อนวัยไปด้วย  คิดฝัน(กลางวัน)ไปด้วย  สนุกดี ^_^



19 เมษายน 2556

สี Oil Pastel แสนรักและการตระหนักรู้ของฉัน

หลังจากตั้งมั่นอีกครั้งกับสี Oil Pastel    ฉันก็ค้นหาข้อมูลดูจากเว็บไซต์ว่า เอ๊ะ เจ้าสี Oil Pastel นี่ใช้ได้กี่วิธีบ้าง  เปิดดูเว็บนั้นนิด เว็บนี้หน่อยให้เข้าใจพื้นฐานธรรมชาติของสี

แต่การอ่านอย่างเดียวก็ไม่ช่วยให้เราวาดรูปได้ดีขึ้นมา ...ลงมือเลยดีกว่า

สิ่งที่ฉันชอบที่สุดในการทำนู่นทำนี่ คือการที่เรารู้สึก "ตระหนักถึงความสำคัญ" ของบางอย่าง หรือบางขั้นตอนว่า เฮ้ย นี่ละๆ มันต้องมีไอ้นี่หรือมันต้องทำแบบนี้  มันถึงจะได้อย่างนั้น  (งงไหมคะ :P)  ยกตัวอย่างเช่น  ถึงแม้ฉันจะลงมือทำอาหารทำขนมมาหลายครั้ง รวมทั้งรู้อยู่แล้วว่าเกลือเป็นเครื่องปรุงรสที่สำคัญมาก สำคัญจนสมัยก่อนที่เราไม่ได้ผลิตเกลือเป็นอุตสาหกรรมแบบนี้...เกลือมีราคาสูงและเป็นของมีค่าไว้แลกเปลี่ยนสินค้าดีๆได้  

การรู้ไม่เหมือนกับการตระหนักแนบแน่นกับใจเราถึงความสำคัญของมัน  ...ฉันเพิ่งตระหนักว่าเกลือมันช่างแสนชูรสอาหารจริงๆก็เมื่อสัปดาห์ก่อนตอนต้มซุปไก่ (ที่เคยทำมาเป็นสิบครั้ง) นี่ล่ะ

มันเป็นช่วงเวลามหัศจรรย์สำหรับฉัน...เหมือนที่ฉันเพิ่งตระหนักถึงความนุ่มนวลของสี Oil Pastel เมื่อสองวันก่อน

เล่ามาแบบนี้ก็ไม่ได้วาดเก่งอะไรขึ้นมาเหมือนเสกคาถาหรอกค่ะ  แต่พอรู้แล้วก็รู้สึกสนุกแบบคูณสองกับการลงสีนี้  รวมทั้งตกหลุมรักสี Oil Pastel ไปแล้วล่ะสิ :)

รูปนี้เป็นรูปแรกที่ลองเล่นกับสี Oil pastel หลังจากเล่าไปในบล็อกก่อน

อีกวันก็ลองวาดรูปนี้  ชอบก้อนสีที่มันหนืดปาดกันมาก  ให้ความรู้สึกคล้ายสีน้ำมันที่ชอบอยู่แล้ว

วาดรูปนี้เมื่อคืน  สนุกมาก และรู้สึกกับการระบายสีรูปนี้จนน้ำตาจะไหล    มันมีก้อนจุกในอกเลยล่ะ แต่ไม่ได้จุกแล้วจ๋อย  แต่เป็นจุกอกแบบที่วาดเสร็จก็หาย  



พอวาดภาพที่สามเสร็จ...ในตอนแรก ฉันก็รู้สึกว่า เฮ้ย เรามาทางนี้มันใช่ ดีจัง ชอบจัง...แล้วสักพัก  พอใจมันนิ่งขึ้น  ฉันก็วาง "ดีจัง ชอบจัง" ลงได้    

เรายังต้องฝึกอีกเยอะ  ยังเรียนรู้ได้อย่างสนุกสนานไปตลอดชีวิตอย่าเพิ่งไปติดกับดัก "ดีจัง ชอบจัง" กับงานตัวเองนานเลย  โลกนี้มีงานสวยๆ ทั้งของมืออาชีพ ของมือสมัครเล่นอีกมากให้เราได้ชื่นชมชื่นชอบ และเรียนรู้จากพวกเขา

สู้ต่อไป เรียนรู้ต่อไปนะ ยัยเอมโม่ ^___^


11 เมษายน 2556

เรียนรู้...แบบเดินอ้อมๆ

-ฉันเห็นนกบินอยู่บนฟ้าท่ามกลางดวงดาว-




การหัดวาดเขียนด้วยตัวเอง  บางครั้งก็ทำให้เราซึ่งเป็นคนอยากทำอะไรก็ลองทำเลย ไม่ศึกษาให้ถ้วนถี่ก่อน...ขาดทักษะในการวาด การลงสีไปเยอะ  

นิสัยไม่ดีบางอย่างของตัวเอง  ถึงรู้ตัวแต่ก็ไม่ใช่จะเลิก/ดัดนิสัยตนเองง่ายๆ   ดังนั้น มันเป็นธรรมดาที่ต้องเดินอ้อมไปบ้าง  อย่างเช่น คิดจะใช้สี Oil Pastel แต่ไม่ศึกษาก่อน (ซึ่งก็มีความรู้ในเว็บไซต์ต่างๆให้ค้นหา)   เราเลยใช้สีนี้ไปแบบที่ใช้ตอนเด็กๆ คือถูๆๆ เอาความเข้มข้นของสีอย่างที่เราชอบเข้าว่า  ทั้งที่จริงๆ  สี Oil Pastel สร้างสรรค์ได้อีกเยอะ

พอเราเดินอ้อมไปกับรูปนี้แล้วก็ชักจะคิดได้ว่า เฮ้ย ศึกษาแนวทางของสีต่างๆก่อนดีมั้ย...พอลงมือค้นในอินเตอร์เน็ตก็ชักนึกสนุกและตั้งใจว่าฉันจะลงมือเล่นสนุกกับสีนีี้ล่ะนะ

หมายมั่นปั้นมือไว้กับหลายอย่างเลย ทั้งดินสอ ปากกาคอแร้ง ปากกาหัวพู่กัน สีน้ำ สีกวอช สีน้ำมัน...แล้วตามด้วยสี Oil Pastel    ชีวิตนี้เรียนรู้ได้ไม่หมดแน่ๆ  (นี่ยังไม่รวมเรื่องทำขนม ทำอาหาร เย็บผ้า ถ่ายรูปและกิจกรรมอื่นๆอีกนะ!)   

9 เมษายน 2556

เสียงตะโกนที่แสนเงียบ

ข้อดีของการลงมือวาดรูป (หรือขุดดินทำสวน หรือปักผ้า หรือตีเทนนิส แล้วแต่วิธีของแต่ละคน)  คือในเวลาที่ลงมือทำนั้น  เราสามารถตะโกนร้องเสียงดังออกมาอย่างเงียบๆได้







15 มีนาคม 2556

เสียงของหัว (ใจ)

ตั้งแต่เริ่มฝึกหัดวาดภาพมาปีกว่าๆ  เริ่มจะรู้สึกว่าตัวเองเข้าใจบางอย่างเกี่ยวกับการวาดภาพ (รวมทั้งงานด้านอื่นๆ) ขึ้นมามาก

ครั้งแรก คือเมื่อสามสี่เดือนก่อนที่อยู่ๆขณะที่วาดรูป ในหัวของฉันเหมือนมีเสียงคลิ้กเบาๆ  แบบเดียวกับเสียงของชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ที่วางลงไปได้พอดีดังขึ้น

เป็น "คลิ้ก" ที่ทำให้ตกใจนิดหน่อย  เพราะอยู่ๆก็รู้สึกเหมือนพระเจ้ามอบพรวิเศษให้วาดรูปได้อย่างใจขึ้นแบบกระทันหัน  พรวิเศษนี้ต้องแลกกับอะไรหรือเปล่านะ ...ฉันแอบคิดเงียบๆในใจ   และแล้ว...เมื่อนิ้วมือทั้งสิบของฉันเริ่มเจ็บ  ...คำถามนี้ก็วนเวียนมาอีกรอบ  เอ...นี่เราต้องแลกนิ้วกับพรวิเศษใช่ไหม

เสียง "คลิ้ก" ครั้งที่สองเกิดขึ้นวันนี้ขณะที่วาดรูปเด็กหน้าตาแป้นแล๊นในรูปข้างล่างนี่ 

คนอื่นๆอาจจะรู้สึกว่าทำไมฉันจึงรู้สึกคลิ้กกับรูปที่วาดเร็วๆ ลายเส้นเรียบง่ายเหมือนวาดเล่นแบบนี้

และอีกหลายๆคนที่ฝึกฝนวาดรูป และวาดรูปมานานก็อาจจะเข้าใจและคิดเหมือนที่ฉันคิดว่าเราต้องผ่านการวาด วาดและวาดมามากมายจนสามารถวาดเส้นสบายๆแบบนี้ได้

พอมาคิดดู  เสียง"คลิ้ก" ครั้งแรกนั่น   มันก็ใช่... มันเป็นการที่ฉันต้องแลกนิ้วมือทั้งสิบไปกับการวาดรูปที่ได้ดั่งใจมากขึ้น  มันเป็นนิ้วที่เลือกแล้วว่าจะลงมือทำอะไร...เป็นนิ้วที่ลงมือฝึกฝน ...มันจึงเจ็บ

เสียง "คลิ้ก" ครั้งที่สองมาแบบเฉียบพลัน แต่ไม่สร้างความหวาดกลัวเหมือนครั้งแรก

ฉันรู้สึกว่า "คลิ้ก" ครั้งที่สองเป็นของแถม  เป็นเสียงคลิ้กที่เหมือนจะบอกว่าจะมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นตามมา  ขอให้มีความสุขกับการวาดภาพและฝึกฝนต่อไป  เพราะคนที่มีความสุขที่สุดและมีความสุขได้แทบทุกวันจากภาพวาดเหล่านี้  เท่าๆที่ฉันรู้...คือตัวฉันเองนี่ล่ะ :)