17 มกราคม 2555
วันฟ้าหม่น
วันที่ฟ้าหม่นๆ บางครั้งก็นึกอยากวาดภาพแบบนี้ขึ้นมา
ตลกตัวเองเหมือนกัน ที่เดี๋ยวกุ๊กกิ๊ก เดี๋ยวมีท่าทีมึนชา ทั้งรูปที่ตัวเองวาดเล่น ทั้งตัวตนตัวเองจริงๆ
อืม...แต่คนอื่นเค้าก็คงเป็นเหมือนกันละมั้ง...
...จริงไหมคะ ^ ^
12 มกราคม 2555
เลาะ เลาะ เลาะ
| รูปมืดไปหน่อย ขออภัยนะคะ ถ่ายรูปตอนหัวค่ำแล้ว |
ตอนนี้ เอมโม่กำลังทำผ้าม่านค่ะ เป็นของที่เพื่อนสั่งซื้อ เอาล่ะเว้ยเฮ้ย! บ้านตัวเอง อิฉันยังไม่เคยทำม่านเองเลย ทำเสร็จคงต้องขอเอาไปอวดให้แม่ปลื้มก่อนเลย
แต่พอมาลองทำก็สนุกดี นั่งหาข้อมูล วิธีเผื่อผ้า แล้วก็คิดแบบแล้วก็ตามล่าผ้าที่พาหุรัด
เลือกผ้านี่มันเรื่องใหญ่เลยนะคะ เรื่องผ้าเนี่ย...เอมโม่ว่ามันต้องให้สัมผัสที่ดี ตื่นนอนมาเห็นแล้วแช่มชื่นไม่หม่นหมองอ่ะค่ะ)
เพื่อนสั่งทำ 4 ชิ้น ...วันนี้ ทำเสร็จแบบยังไม่ได้เก็บรายละเอียด 2 ชิ้นก็พบว่า เฮ้ย ทำไมเราเย็บขอบแบบนั้น ถ้าทำอีกแบบจะสวยเรียบร้อยกว่าเยอะ
เอ่อ ..ก็อยากจะขี้เกียจปล่อยมันไปนะคะ แต่ก็ทำไม่ได้ไม่งั้นมันคงค้างคาใจจนวันตายแน่ (ไม่ได้โอเว่อร์นะคะ เชื่อว่ามันจะเป็นตราบาปเพราะนี่ก็ทำให้เพื่อนเลิฟ)
จะทำยังไงได้ละคะ ..ก็ต้องเลาะทำใหม่น่ะเซร้ >_<
แต่เอาเถอะ ดีกว่าไปนึกได้ตอนส่งมอบแล้ว ไม่งั้นเอมโม่คงต้องนั่งรถข้ามฟากกรุงเทพไปแก้งานให้ที่บ้านเพื่อนแน่ๆ
แว่บมาบ่น ...ยังเย็บไม่เสร็จหรอค่ะ แหะ แหะ แหะ :P
ป้ายกำกับ:
ข้อผิดพลาด. เลาะ,
งานฝีมือ,
ชวนคุย,
ผ้าม่าน,
เย็บ
9 มกราคม 2555
คุณค่าของที่รองแก้ว (ในใจฉัน)
ของแต่ละชิ้นมีคุณค่าในตัวเองทั้งนั้น ไม่ว่ามันจะทำมาจากดีไซเนอร์ฝีมือเยี่ยม หรือของเด็กน้อยหัดทำ…ผลิตจากฝีมือคนเย็บหรือฝีจักรอุตสาหกรรม…ราคาถูกแสน ถูกหรือราคาแพงแสนแพง ของอย่างนี้มันขึ้นอยู่กับคนมองและเจ้าตัวคนทำเอง เราจะไปกะเกณฑ์คนอื่นให้รู้สึกถึงคุณค่าของอะไรให้เหมือนเรามันก็คงเป็นไป ไม่ได้..
คงได้แต่เชิญชวนให้ลองมองดู หรือบอกให้รู้ว่าเราคิดยังไงกับของชิ้นนั้นค่ะ :)
วันนี้ เอ็มโม่เลยชวนมาดูของที่เอ็มโม่ซื้อมาเป็นปีแล้วค่ะ ตอนแรกไม่กล้าใช้แต่ตอนนี้จะเอามาใช้แล้วเพื่อให้ของชิ้นนี้มีคุณค่าขึ้นไปอีก
ของสองชิ้นนี้คือที่รองแก้ว ฝีมือผู้สูงอายุที่บ้านพักคนชราบางแคค่ะ ราคาชิ้นละ 25 บาทแต่สวยจับใจเลยนะคะ ถึงรูปลักษณ์จะไม่ทันสมัยเก๋ไก๋ แต่สวยก็คือสวยค่ะ
…
เอ็มโม่เคยดูสัมภาษณ์คุณปาน – สมนึก คลังนอก เธอตอบคำถามที่ว่าแต่ละภาพวาด คุณปานใช้เวลาวาดนานไหม คุณปานบอกว่าทั้งชีวิต เพราะถึงแม้จะวาดงานด้วยเวลาแค่ 30 นาทีแต่กว่าจะวาดออกมาตามนี้ มันก็อาศัยและประมวลมาจากชีวิตเราที่ผ่านมาทั้งชีวิตค่ะ
ที่รองแก้วชิ้นนี้ก็เหมือนกันค่ะ …คงได้ใช้เวลาหลายสิบปีประมวลออกมาเป็นของชิ้นเล็กๆสองชิ้นนี้ด้วยฝีมือของผู้สูงอายุ
ราคาและคุณค่าของสิ่งของแต่ละชิ้นอาจจะเป็นไปในทางเดียวกันหรือเป็นไปใน ทางกลับกันก็ได้ พอใจก็ซื้อ ไม่พอใจก็ปล่อยให้ของชิ้นนั้นๆรอเจอคนที่ถูกใจเขาต่อไปค่ะ
แต่ในเมื่อของสวยๆ ราคาย่อมเยาเหลือใจ แถมยังมีวันเวลาของฝีมือผู้สูงอายุประทับอยู่ในของชิ้นนั้นด้วย ของชิ้นนั้นในสายตาเอ็มโม่จึงมีค่ามากและอยากเชิญชวนให้คนอื่นได้ลองทำความ รู้จัก ลองแวะเวียนไปชม…เผื่อจะได้ของที่มีคุณค่าเหมาะใจกันเหมือนอย่างที่เอ็มโม่ ได้มาค่ะ
แล้วคุณละคะ มีสิ่งของชิ้นไหนที่มีคุณค่าถูกใจอยากเล่าสู่กันฟังบ้างไหมคะ
คงได้แต่เชิญชวนให้ลองมองดู หรือบอกให้รู้ว่าเราคิดยังไงกับของชิ้นนั้นค่ะ :)
วันนี้ เอ็มโม่เลยชวนมาดูของที่เอ็มโม่ซื้อมาเป็นปีแล้วค่ะ ตอนแรกไม่กล้าใช้แต่ตอนนี้จะเอามาใช้แล้วเพื่อให้ของชิ้นนี้มีคุณค่าขึ้นไปอีก
ของสองชิ้นนี้คือที่รองแก้ว ฝีมือผู้สูงอายุที่บ้านพักคนชราบางแคค่ะ ราคาชิ้นละ 25 บาทแต่สวยจับใจเลยนะคะ ถึงรูปลักษณ์จะไม่ทันสมัยเก๋ไก๋ แต่สวยก็คือสวยค่ะ
…
เอ็มโม่เคยดูสัมภาษณ์คุณปาน – สมนึก คลังนอก เธอตอบคำถามที่ว่าแต่ละภาพวาด คุณปานใช้เวลาวาดนานไหม คุณปานบอกว่าทั้งชีวิต เพราะถึงแม้จะวาดงานด้วยเวลาแค่ 30 นาทีแต่กว่าจะวาดออกมาตามนี้ มันก็อาศัยและประมวลมาจากชีวิตเราที่ผ่านมาทั้งชีวิตค่ะ
ที่รองแก้วชิ้นนี้ก็เหมือนกันค่ะ …คงได้ใช้เวลาหลายสิบปีประมวลออกมาเป็นของชิ้นเล็กๆสองชิ้นนี้ด้วยฝีมือของผู้สูงอายุ
ราคาและคุณค่าของสิ่งของแต่ละชิ้นอาจจะเป็นไปในทางเดียวกันหรือเป็นไปใน ทางกลับกันก็ได้ พอใจก็ซื้อ ไม่พอใจก็ปล่อยให้ของชิ้นนั้นๆรอเจอคนที่ถูกใจเขาต่อไปค่ะ
แต่ในเมื่อของสวยๆ ราคาย่อมเยาเหลือใจ แถมยังมีวันเวลาของฝีมือผู้สูงอายุประทับอยู่ในของชิ้นนั้นด้วย ของชิ้นนั้นในสายตาเอ็มโม่จึงมีค่ามากและอยากเชิญชวนให้คนอื่นได้ลองทำความ รู้จัก ลองแวะเวียนไปชม…เผื่อจะได้ของที่มีคุณค่าเหมาะใจกันเหมือนอย่างที่เอ็มโม่ ได้มาค่ะ
แล้วคุณละคะ มีสิ่งของชิ้นไหนที่มีคุณค่าถูกใจอยากเล่าสู่กันฟังบ้างไหมคะ
4 มกราคม 2555
D.I.Y. ง่ายจังกับที่รองแก้วใบไม้ 2in1
สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2555 ค่ะ หวังจริงจริ๊งว่าปีนี้เราๆจะได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า อย่างที่นิยมอวยพรกัน ^____^
ปีใหม่นี้ เอ็มโม่ขอปฏิบัติการ D.I.Y. ก่อนเลยหนึ่งชิ้นเพราะของชิ้นนี้อยากได้ อยากทำมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ทุกครั้งที่ดื่มกาแฟ ดื่มน้ำอัดลม เอ็มโม่ก็จะหงุดหงิดตัวเองทุกทีว่าทำไมไม่ลงมือทำที่รองแก้วของตัวเองซะที
เริ่มปีใหม่มาสี่วันแล้ว ทำเลยดีกว่าไม่งั้นก็มีโปรเจ็คท์พอกหางหมูโม่อย่างนี้มากมาย
เอาล่ะค่ะ มาเริ่มไปพร้อมกันนะคะ
ขั้นแรก หากระดาษแข็งหน่อยมาร่างแบบก่อน ถ้าเวิร์คจะได้ใช้เป็นแพทเทิร์นไปชั่วชีวิต อิอิ
| อย่าไปสิ้นเปลืองกับกระดาษแบบค่ะ รักษ์โลกด้วยการ reuse ดีที่สุด ชิ้นนี้เป็นกระดาษกล่องอาหารแช่แข็งค่ะ เอ็มเอามาใช้ซะเลย |
เราลองร่างแบบด้วยดินสอก่อนนะคะ เอ็มโม่จะทำเป็นรูปใบไม้ก็ร่างไปเป็นทรงวงรีปลายแหลม ที่สำคัญคือเราใช้มันเพื่อรองแก้ว อย่าลืมเอาแก้วแต่ละแบบที่เราใช้ประจำมาเทียบขนาดให้พอเหมาะกับการใช้งานด้วยนะคะ
ถ้าร่างจนพอใจแล้วก็ลุยลงหมึก แล้วตัดตามแบบค่ะ
เอาแบบกระดาษแข็งไปวาดลอกลงผ้าด้วยปากกาเขียนผ้านะคะ แล้วตัดผ้าตามแบบ (ตัดเป็นสี่เหลี่ยม เผื่อด้านข้าง เผื่อเย็บไว้นิดหน่อย)
เราตัดผ้าสามชิ้นนะคะ 1. ชิ้นหน้า (น้ำตาลลายจุด) 2.ชิ้นหลัง (เขียวอมเทา) 3. ใยสังเคราะห์
เอาผ้าทั้งสามชิ้นประกบกัน เอาชิ้นน้ำตาลและชิ้นเขียวอมเทา "ผ้าด้านถูก" ประกบกัน ตามด้วยใยสังเคราะห์อยู่ล่างสุด วางเรียงตามในภาพค่ะ
เรียงแล้วก็ลงมือเย็บตามรอยที่เราวาดไว้นะคะ เว้นช่องกลับผ้าที่ด้านล่างประมาณ 4 ซม.
ที่จริงเย็บด้วยด้ายสีตุ่นๆหน่อยจะสวยกว่าค่ะ แต่นี่อยากให้เห็นชัดก็เลยเย็บด้วยด้ายขาว
เย็บเสร็จก็เล็มใยสังเคราะห์ออก (เล็มให้ชิดรอยเย็บที่สุด) เล็มผ้าออกด้วย (เหลือผ้าเป็นขอบไว้ซัก 0.5 ซม.) มีเทคนิดนิดหน่อยที่โม่อ่านมาจากตามเว็บค่ะ คือตรงส่วนปลายแหลมอย่างปลายใบไม้ในรูป เราควรตัดตามแบบในตัวอย่างที่โม่ทำค่ะ เวลากลับผ้า ตรงปลายจะออกมาแหลมสวยกว่า
เล็มเสร็จก็กลับผ้าด้านถูกออกค่ะ ...เริ่มจะเป็นใบไม้แล้ว อิอิ ทีนี้ก็ใช้อาวุธทิ่มๆดันๆเข้าไปข้างในเพื่อจัดผ้าให้เรียบร้อยไม่ยู่นะคะ ในที่นี้โม่ใช้ตะเกียบเหล็กค้าบ เพื่อนซื้อมาจากจากเกาหลี เอามาใช้ประโยชน์ซะให้คุ้ม ฮิฮิ
ต่อไปก็ทำก้านค่ะ เราใช้เศษผ้าน้ำตาลลายจุดที่เหลือจากการเล็มทิ้งมากลับด้านพื้นน้ำตาลออก พับทบให้เป็นก้านใบแล้วสอยปิดขอบให้เรียบร้อย เสร็จแล้วก็เสียบไปที่ตรงที่เราเว้นไว้กลับผ้าค่ะ สอยปิดช่องกลับผ้าและเย็บก้านติดก็เสร็จแล้ว
อ๊ะ ลืมไปเรื่องนึง แง่งๆ >_<
เอ็มโม่ลืมปักลายใบไม้ลงผ้าก่อนเย็บประกอบ -___-
โฮะๆๆ แต่นึกๆไป ลืมก็ดีเหมือนกันเพราะมาปักลายทีหลังได้เพียงแต่จะยุ่งยากนิดนึงและไม่สวยเท่าปักก่อนประกอบค่ะ แต่ก็เหมือนโชคดีในความโก๊ะของตัวเองเพราะถ้าปักลายใบไม้ก่อน มันจะยากตอนเย็บประกอบร่าง เราต้องกะให้ดีไม่งั้นลายจะเบี้ยวค่ะ
เอาล่ะเสร็จแล้ว ที่รองแก้วใบไม้ 2in1 :D
ใช้ได้สองด้านเลยค้าบ ลองทำกันดูนะคะ :D
29 ธันวาคม 2554
จะเก็บเงินให้ได้เยอะๆภายในปีหน้า..คอยดู๊
ปีใหม่จะมาถึงแล้ว สิ่งที่มุ่งมั่นตั้งใจให้ดีๆเรื่องนึงคงไม่พ้นเรื่องเงินค่ะ
เมื่อสองปีก่อน เอ็มโม่ต้องขอบคุณหนังสือเล่มนี้ ...ขอบคุณ คุณ Kyoko Ikeda ที่เขียน/วาดหนังสือเล่มนี้ด้วยว่า แหม เรื่องคุณเคียวโกะนี่มัน (โคตร) ตรงกับอิฉันเลยค่ะ
เอ็มโม่ทำงานมาสิบห้าปีได้ เงินเดือนก็โอเคนะแต่ไม่เคยเก็บเงินได้ วินัยการใช้บัตรเครดิตก็แย่จนถึงขั้นเลวร้าย ดีที่ไม่เจอปัญหาหนักหน่วงแบบรับมือไม่ไหว
แต่ยังไงการเงินเรามันก็แย่อยู่ดี :(
อืมม์...แล้วจริงๆ อิฉันก็ว่าคงมีหลายคนเป็นเหมือนอิฉันนี่แหล่ะ ฮ่าๆๆๆ (หาพวก)
เพราะงั้น เรามาฮึดกันเถอะค่ะ ชูแขนขึ้นให้สุด กำหมัดไว้ให้แน่น เชิดหน้าเอาไว้ พยักหน้าหงึกหงักกับตัวเองว่าคราวนี้ตรูจะสู้ตาย (กะตัวเอง) จะเก็บเงินให้ได้เยอะๆภายในปีหน้าที่จะมาถึงกันเถอะค่ะ
เอ้า ฮุยเลฮุย เอ๊ยยย ไม่ช่ายยย เราแค่ลองมาฮึดตามหนังสือเล่มนี้กันดีกว่า
ที่จริงเรื่องที่คุณเคียวโกะแนะ เอ็มโม่เชื่อว่าทุกคนก็รู้อยู่แต่แหม มันทำไม่ได้นี่นา เห็นของน่ารักๆ เราก็มือไม้อ่อนทุกทีอยากจะรูดปรื๊ดๆ
ลองมาอ่านหนังสือเล่มนี้ดูนะคะ เพราะถ้าอ่านไปเรื่อยรับรองว่ามันทิ่มค่ะ มันทิ่มแทงใจว่าเราน่ะเป็นอย่างงี้เลย อย่างหน้าที่เอามาเป็นตัวอย่างนี่ อ่านไปก็นึกว่า อ้าว เฮ้ย...ในเรื่องนี่มันตรูนี่หว่า >_<
อาการเหงื่อตกตอนมารู้ว่าที่แท้แล้วเราเหลือเงินสดเท่าไหร่นี่มันใช่เลย อาการดี๊ด๊าซื้อนู่นนิดนี่หน่อยจนเหยียบไปเป็นหลักพันก็บ่อยมันก็เราเอง
เอ็มโม่เองลองใช้วิธีเก็บเงินแบบพื้นฐานมากๆ ตามในหนังสือนี้แล้วได้ผลนะคะ วิธีง่ายๆค่ะ แค่นี้เอง
แยกเงินแบ่งเป็นซองไว้ ของเอ็มโม่แบ่งเป็น 3 ซองอย่างนี้ค่ะ
1. ซองเงินใช้จ่ายรายเดือน ---หลังหักเงินฝากประจำตามที่ตั้งใจเข้าธนาคารแล้ว แบ่งเงินใช้จ่ายรายเดือนออกเป้นซัก 3-4 งวด
2. ซองเงินบัตรเครดิต---รูดอะไรไป ดึงเงินสดจำนวนตามนั่นมาเก็บไว้ในซองเลย เก็บไปให้พ้นหูพ้นตา
3. ซองเงินเฉพาะกิจ --- ใครจะรู้ว่าเราจะเกิด"ภาวะฉุกเฉิน" เมื่อไหร่ ซองนี้ไม่ใช่เงินเก็บแต่ควรเก็บประจำทุกเดือน ห้ามเอามาใช้ ยกเว้น "ภาวะฉุกเฉิน" จริงๆแบบที่ไม่ใช่จะซื้อกระเป๋าเซลล์ 70% แล้วตังค์ไม่พอก็เลยต้อง "ฉุกเฉิน" เอาเงินจากซองนี้มาใช้นะคะ ของเอ็ม...ซองนี้จะเก็บตังค์ที่ cash back จากบัตรเครดิตไว้ในนี้ด้วย ทำลืมๆแป๊บเดียว โอ้โห ได้หลายบาทเลยค่ะ
ข้อสำคัญหลักๆที่ต้องทำอีกข้อ คือ การทำบันทึกค่าใช้จ่ายโดยละเอียดทุกวันค่ะ จะบันทึกลงสมุดก็ได้ แต่ก่อนนี้เอ็มโม่ก็ใช้วิธีนั้น แต่เดี๋ยวนี้ อิฉันมีสมาร์ทโฟนแย้วววว เลือกแอพลิเคชั่นจัดการเงินที่ถูกใจมาใช้บันทึกเลยค่ะ ของเอ็มใช้แอพฯ Expense Manager เพราะมันเบสิคแต่ก็เหมาะกะเราค่ะ มันละเอียด แยกหมวดหมู่ค่าใช้จ่าย...พอสิ้นเดือน ลองเช็คสิคะว่าใช้ตังค์ไปกับอะไรมากที่สุด หุ หุ หุ ของเอ็มนี่ชนะเลิศคือหมวด Leisure ค่ะ เศร้าจิตเจรงๆ
ลองดูหน้าตาของแอพฯนี้นะคะ
ลองดูหน้าตาของแอพฯนี้นะคะ
เคล็ดลับอย่างนึงในการทำแบบนี้ให้ต่อเนื่องคือ เราก็เลือกใช้สมุดจด หรือซองน่ารักๆ เวลาหยิบมาใช้ก็มีความสุข ของเอ็มที่เห็นข้างบนนั่นก็เป็นซองทำเองค่ะ ปริ้นท์ภาพที่ชอบลงกระดาษรีไซเคิลแล้วพับเป็นซองติดเทปกาวง่ายๆ เป็นอันเสร็จพิธี
อ๊าาา ในที่สุด เราก็เข้าเรื่อง D.I.Y. ได้สำเร็จสมเจตนาที่ทำ blog นี้ อิอิ :P
คนที่สนใจลองหาหนังสือเล่มนี้อ่านนะคะ น่าจะโดนใจหลายคนอยู่ ปกจริงสีสดแจ่มกว่าในรูป และมีออกมาหลายตอนเลย หนังสือชุดนี้พิมพ์โดย สนพ. Inspire ค่ะ ราคาเล่มละ 115 บาท แต่ถ้าทำตามนี้ได้ โฮะๆๆๆ เงินเก็บเป็นแสนเป็นล้านก็ทำได้แน่ๆคร้าบบ
ขอให้ทุกคนแฮปปี้กับบัญชีเงินฝากในปีที่จะถึงนะคะ ^___^
13 ธันวาคม 2554
How-To ง่ายๆ : กระเช้าไวน์แถม napkin :>
วันนี้ขอเอา How-To ง่ายๆ (อีกแล้วเพราะยากทำไม่เป็นค่ะ อิอิ) มาฝากกันค่ะ
สำหรับคนที่อยากมอบของขวัญปีใหม่เป็นไวน์ละก็ เรามีวิธีทำกระเช้าไวน์หลายแบบนะคะ บางคนก็ประดับผลไม้ไปสวยๆดูสดชื่นน่ากิน บางคนก็เป็นไวน์กับกระเช้าหนังเท่ๆ แล้วแต่ว่าเราจะให้ใคร
เอ็มโม่มาคิดๆดูนะคะ ถ้าเราไม่ประดับผลไม้ในกระเช้าล่ะ เราจะใช้อะไรแทนดีนะที่ให้ไปแล้ว คนรับก็เอาไปใช้ประโยชน์ได้นาน (และก็ดูดีกว่าหิ้วไวน์ไปฝากเฉยๆ)
เอ็มโม่คิดถึงของเหล่านี้ค่ะ ...ผ้าเช็ดปาก (ไม่เอา napkin ที่เอาไปทำเดคูพาจนะคะ อันนั้นถ้าเราใช้ในกระเช้าแล้ว คนรับคงไม่ใช้ต่อแน่) และที่รัด/คล้องผ้าเช็ดปาก กระเช้า
เอ็มโม่มีผ้าเช็ดปากของ Jim Thompson ที่ซื้อเก็บไว้ตอนเซลล์อยู่เลยเอามาเป็นตัวอย่างค่ะ ส่วนที่รัด/คล้องผ้าไม่มี เลยเอาแหวนใหญ่มาแทนแก้ขัดเป็นตัวอย่างนะคะ :P
เริ่มแรก รองกระเช้าด้วยเซ็ตผ้าเช็ดปากที่เราจะมอบให้ ถ้าเราเกรงว่าเค้าจะไม่ชอบของที่แกะออกจากห่อแล้ว เราจะรองไปทั้งแพ็คเกจของผ้าเช็ดปากก็ได้ค่ะ แล้วใช้ผ้ารองจานที่เข้าชุดกันปูรองกระเช้าตามนี้
ทีนี้เราก็เอาผ้าเช็ดปากมาผูกเป็นเหมือนผ้าพันคอให้ขวดไวน์ แล้วคล้องด้วยที่รัดผ้าแบบนี้ ^ ^
ออกมาหน้าตาแบบนี้คร้าบบ (ใครไม่อยากทำกระเช้าจะทำแค่ขั้นตอนนี้ก็ได้นะคะ)
แล้วเราก็ใส่ลงในตะกร้า ...พร้อมหิ้วต่อไปมอบเป็นของขวัญเลยค่ะ เราอาจจะใส่ที่รัด/คล้องผ้าเช็ดปากที่เข้าชุดไปในกระเช้าเพิ่มก็ได้นะคะ ทีนี้ของขวัญชิ้นนี้ก็จะใช้ได้นานและไม่เสียของโดยเปล่าประโยชน์เลยค่ะ :)
ป.ล. ถ่าย How-To คราวนี้ แสงน้อย...ย้ายไปถ่ายหลายมุมมาก ทั้งบนโต๊ะ บนตู้ บนพื้นข้างหน้าต่าง ขออภัยด้วยนะคะท่านผู้ชม :P
สำหรับคนที่อยากมอบของขวัญปีใหม่เป็นไวน์ละก็ เรามีวิธีทำกระเช้าไวน์หลายแบบนะคะ บางคนก็ประดับผลไม้ไปสวยๆดูสดชื่นน่ากิน บางคนก็เป็นไวน์กับกระเช้าหนังเท่ๆ แล้วแต่ว่าเราจะให้ใคร
เอ็มโม่มาคิดๆดูนะคะ ถ้าเราไม่ประดับผลไม้ในกระเช้าล่ะ เราจะใช้อะไรแทนดีนะที่ให้ไปแล้ว คนรับก็เอาไปใช้ประโยชน์ได้นาน (และก็ดูดีกว่าหิ้วไวน์ไปฝากเฉยๆ)
เอ็มโม่คิดถึงของเหล่านี้ค่ะ ...ผ้าเช็ดปาก (ไม่เอา napkin ที่เอาไปทำเดคูพาจนะคะ อันนั้นถ้าเราใช้ในกระเช้าแล้ว คนรับคงไม่ใช้ต่อแน่) และที่รัด/คล้องผ้าเช็ดปาก กระเช้า
เอ็มโม่มีผ้าเช็ดปากของ Jim Thompson ที่ซื้อเก็บไว้ตอนเซลล์อยู่เลยเอามาเป็นตัวอย่างค่ะ ส่วนที่รัด/คล้องผ้าไม่มี เลยเอาแหวนใหญ่มาแทนแก้ขัดเป็นตัวอย่างนะคะ :P
เริ่มแรก รองกระเช้าด้วยเซ็ตผ้าเช็ดปากที่เราจะมอบให้ ถ้าเราเกรงว่าเค้าจะไม่ชอบของที่แกะออกจากห่อแล้ว เราจะรองไปทั้งแพ็คเกจของผ้าเช็ดปากก็ได้ค่ะ แล้วใช้ผ้ารองจานที่เข้าชุดกันปูรองกระเช้าตามนี้
| กระเช้าสีโอ๊คเข้มน่าจะช่วยให้ดูหรูหรากว่านะคะ พอดีที่บ้านไม่มีเลยใช้ใบนี้แทนไปก่อน |
ทีนี้เราก็เอาผ้าเช็ดปากมาผูกเป็นเหมือนผ้าพันคอให้ขวดไวน์ แล้วคล้องด้วยที่รัดผ้าแบบนี้ ^ ^
| ในรูปนี้ เอ็มโม่เอาแหวนมาแปลงกายใช้แก้ขัดแทนที่รัดผ้าเช็ดปากนะคะ |
ออกมาหน้าตาแบบนี้คร้าบบ (ใครไม่อยากทำกระเช้าจะทำแค่ขั้นตอนนี้ก็ได้นะคะ)
| ไวน์ในตัวอย่างเป็นไวน์ชิลีราคาสามร้อยกว่าบาทเองนะฮับ อิอิ ตอนให้จริงก็เลือกกันเองนะคะว่าคนรับชอบไวน์แบบไหน |
แล้วเราก็ใส่ลงในตะกร้า ...พร้อมหิ้วต่อไปมอบเป็นของขวัญเลยค่ะ เราอาจจะใส่ที่รัด/คล้องผ้าเช็ดปากที่เข้าชุดไปในกระเช้าเพิ่มก็ได้นะคะ ทีนี้ของขวัญชิ้นนี้ก็จะใช้ได้นานและไม่เสียของโดยเปล่าประโยชน์เลยค่ะ :)
ป.ล. ถ่าย How-To คราวนี้ แสงน้อย...ย้ายไปถ่ายหลายมุมมาก ทั้งบนโต๊ะ บนตู้ บนพื้นข้างหน้าต่าง ขออภัยด้วยนะคะท่านผู้ชม :P
7 ธันวาคม 2554
แปลงร่างโคมไฟเก่ามาเป็นเป็นยันต์เรียกลูกค้า :>
เมื่อวานซืน คุณพี่ที่บ้านซ่อมหลอดไฟห้องน้ำค่ะ หลอด+โคมเดิมใช้ไม่ได้แล้วต้องเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ เอ็มโม่ก็ไปเก็บซากโคมไฟเก่ามาหน้าตาแบบนี้ค่ะ
เห็นของเหลือจะเอาไปทิ้งทั้งหมดก็เสียดาย เอ็มโม่เลยขอแปลงร่างโคมไฟเล่น อิอิ
เห็นของเหลือจะเอาไปทิ้งทั้งหมดก็เสียดาย เอ็มโม่เลยขอแปลงร่างโคมไฟเล่น อิอิ
อุปกรณ์ที่เตรียมก็มีแค่นี้ค่ะ โคมไฟชิ้นที่เป็นฝาแผ่นกลม, ดินสอ, ปากกาเขียนซีดีตามรูป
| ที่เหลาดินสอตัวเม่นไม่อยู่ในรายการ แต่เห็นแล้วน่ารักเลยเอามาประกอบฉากค่ะ อิิอิ |
ที่นี้ก็ลงมือร่างภาพตามใจ งานนี้เอ็มโม่วาดเหมียวๆคับ
ร่างเสร็จ พอใจแล้วก็ลุยต่อด้วยปากกาเขียนซีดีค่ะ
| มีการลงยันต์เพิ่มเจิมเล็กน้อย อิอิ |
เสร็จแล้วก็เอาไปติดฝาผลังแบบนี้ (เฉพาะฝา) หรืออยากให้ภาพนูนขึ้นมาก็เอาฝาไปครอบฐานเดิมของโคมค่ะ (แต่ควรเอาหลอดไฟ สายไฟเก่าทิ้งไปด้วยนะคะ มันเป็นขยะมีพิษอย่าทิ้งไว้ในบ้านค่ะ)
แต่น แต๊นน เสร็จแล้วก็เป็นแบบนี้...เอ็มโม่ได้รูปไปติดตรงของมุมเย็บผ้าและ D.I.Y.แล้ววว เย้
ดูๆไปก็สวยใช้ได้แฮะ คิดเอาเองมามีดีไซน์ อิอิ :D
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





