17 มกราคม 2555

วันฟ้าหม่น



วันที่ฟ้าหม่นๆ  บางครั้งก็นึกอยากวาดภาพแบบนี้ขึ้นมา

ตลกตัวเองเหมือนกัน  ที่เดี๋ยวกุ๊กกิ๊ก เดี๋ยวมีท่าทีมึนชา ทั้งรูปที่ตัวเองวาดเล่น ทั้งตัวตนตัวเองจริงๆ

อืม...แต่คนอื่นเค้าก็คงเป็นเหมือนกันละมั้ง...

...จริงไหมคะ ^ ^

12 มกราคม 2555

เลาะ เลาะ เลาะ

รูปมืดไปหน่อย ขออภัยนะคะ ถ่ายรูปตอนหัวค่ำแล้ว

ตอนนี้ เอมโม่กำลังทำผ้าม่านค่ะ  เป็นของที่เพื่อนสั่งซื้อ  เอาล่ะเว้ยเฮ้ย!   บ้านตัวเอง อิฉันยังไม่เคยทำม่านเองเลย ทำเสร็จคงต้องขอเอาไปอวดให้แม่ปลื้มก่อนเลย


แต่พอมาลองทำก็สนุกดี  นั่งหาข้อมูล วิธีเผื่อผ้า  แล้วก็คิดแบบแล้วก็ตามล่าผ้าที่พาหุรัด


เลือกผ้านี่มันเรื่องใหญ่เลยนะคะ  เรื่องผ้าเนี่ย...เอมโม่ว่ามันต้องให้สัมผัสที่ดี  ตื่นนอนมาเห็นแล้วแช่มชื่นไม่หม่นหมองอ่ะค่ะ)


เพื่อนสั่งทำ 4 ชิ้น  ...วันนี้ ทำเสร็จแบบยังไม่ได้เก็บรายละเอียด 2 ชิ้นก็พบว่า เฮ้ย  ทำไมเราเย็บขอบแบบนั้น  ถ้าทำอีกแบบจะสวยเรียบร้อยกว่าเยอะ


เอ่อ  ..ก็อยากจะขี้เกียจปล่อยมันไปนะคะ  แต่ก็ทำไม่ได้ไม่งั้นมันคงค้างคาใจจนวันตายแน่ (ไม่ได้โอเว่อร์นะคะ  เชื่อว่ามันจะเป็นตราบาปเพราะนี่ก็ทำให้เพื่อนเลิฟ)


จะทำยังไงได้ละคะ  ..ก็ต้องเลาะทำใหม่น่ะเซร้ >_<


แต่เอาเถอะ ดีกว่าไปนึกได้ตอนส่งมอบแล้ว  ไม่งั้นเอมโม่คงต้องนั่งรถข้ามฟากกรุงเทพไปแก้งานให้ที่บ้านเพื่อนแน่ๆ


แว่บมาบ่น ...ยังเย็บไม่เสร็จหรอค่ะ แหะ แหะ แหะ :P

9 มกราคม 2555

คุณค่าของที่รองแก้ว (ในใจฉัน)

ของแต่ละชิ้นมีคุณค่าในตัวเองทั้งนั้น  ไม่ว่ามันจะทำมาจากดีไซเนอร์ฝีมือเยี่ยม หรือของเด็กน้อยหัดทำ…ผลิตจากฝีมือคนเย็บหรือฝีจักรอุตสาหกรรม…ราคาถูกแสน ถูกหรือราคาแพงแสนแพง   ของอย่างนี้มันขึ้นอยู่กับคนมองและเจ้าตัวคนทำเอง  เราจะไปกะเกณฑ์คนอื่นให้รู้สึกถึงคุณค่าของอะไรให้เหมือนเรามันก็คงเป็นไป ไม่ได้..

คงได้แต่เชิญชวนให้ลองมองดู  หรือบอกให้รู้ว่าเราคิดยังไงกับของชิ้นนั้นค่ะ :)


วันนี้ เอ็มโม่เลยชวนมาดูของที่เอ็มโม่ซื้อมาเป็นปีแล้วค่ะ  ตอนแรกไม่กล้าใช้แต่ตอนนี้จะเอามาใช้แล้วเพื่อให้ของชิ้นนี้มีคุณค่าขึ้นไปอีก


ของสองชิ้นนี้คือที่รองแก้ว  ฝีมือผู้สูงอายุที่บ้านพักคนชราบางแคค่ะ  ราคาชิ้นละ 25 บาทแต่สวยจับใจเลยนะคะ  ถึงรูปลักษณ์จะไม่ทันสมัยเก๋ไก๋  แต่สวยก็คือสวยค่ะ

เอ็มโม่เคยดูสัมภาษณ์คุณปาน – สมนึก คลังนอก  เธอตอบคำถามที่ว่าแต่ละภาพวาด  คุณปานใช้เวลาวาดนานไหม   คุณปานบอกว่าทั้งชีวิต เพราะถึงแม้จะวาดงานด้วยเวลาแค่ 30 นาทีแต่กว่าจะวาดออกมาตามนี้  มันก็อาศัยและประมวลมาจากชีวิตเราที่ผ่านมาทั้งชีวิตค่ะ

ที่รองแก้วชิ้นนี้ก็เหมือนกันค่ะ  …คงได้ใช้เวลาหลายสิบปีประมวลออกมาเป็นของชิ้นเล็กๆสองชิ้นนี้ด้วยฝีมือของผู้สูงอายุ

ราคาและคุณค่าของสิ่งของแต่ละชิ้นอาจจะเป็นไปในทางเดียวกันหรือเป็นไปใน ทางกลับกันก็ได้  พอใจก็ซื้อ ไม่พอใจก็ปล่อยให้ของชิ้นนั้นๆรอเจอคนที่ถูกใจเขาต่อไปค่ะ


แต่ในเมื่อของสวยๆ ราคาย่อมเยาเหลือใจ แถมยังมีวันเวลาของฝีมือผู้สูงอายุประทับอยู่ในของชิ้นนั้นด้วย  ของชิ้นนั้นในสายตาเอ็มโม่จึงมีค่ามากและอยากเชิญชวนให้คนอื่นได้ลองทำความ รู้จัก  ลองแวะเวียนไปชม…เผื่อจะได้ของที่มีคุณค่าเหมาะใจกันเหมือนอย่างที่เอ็มโม่ ได้มาค่ะ

แล้วคุณละคะ มีสิ่งของชิ้นไหนที่มีคุณค่าถูกใจอยากเล่าสู่กันฟังบ้างไหมคะ

4 มกราคม 2555

D.I.Y. ง่ายจังกับที่รองแก้วใบไม้ 2in1


สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2555 ค่ะ  หวังจริงจริ๊งว่าปีนี้เราๆจะได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า อย่างที่นิยมอวยพรกัน ^____^

ปีใหม่นี้ เอ็มโม่ขอปฏิบัติการ D.I.Y. ก่อนเลยหนึ่งชิ้นเพราะของชิ้นนี้อยากได้ อยากทำมาตั้งแต่ปีที่แล้ว   ทุกครั้งที่ดื่มกาแฟ ดื่มน้ำอัดลม  เอ็มโม่ก็จะหงุดหงิดตัวเองทุกทีว่าทำไมไม่ลงมือทำที่รองแก้วของตัวเองซะที

เริ่มปีใหม่มาสี่วันแล้ว  ทำเลยดีกว่าไม่งั้นก็มีโปรเจ็คท์พอกหางหมูโม่อย่างนี้มากมาย

เอาล่ะค่ะ  มาเริ่มไปพร้อมกันนะคะ


ขั้นแรก  หากระดาษแข็งหน่อยมาร่างแบบก่อน  ถ้าเวิร์คจะได้ใช้เป็นแพทเทิร์นไปชั่วชีวิต อิอิ

อย่าไปสิ้นเปลืองกับกระดาษแบบค่ะ  รักษ์โลกด้วยการ reuse ดีที่สุด  ชิ้นนี้เป็นกระดาษกล่องอาหารแช่แข็งค่ะ  เอ็มเอามาใช้ซะเลย


เราลองร่างแบบด้วยดินสอก่อนนะคะ  เอ็มโม่จะทำเป็นรูปใบไม้ก็ร่างไปเป็นทรงวงรีปลายแหลม  ที่สำคัญคือเราใช้มันเพื่อรองแก้ว  อย่าลืมเอาแก้วแต่ละแบบที่เราใช้ประจำมาเทียบขนาดให้พอเหมาะกับการใช้งานด้วยนะคะ


ถ้าร่างจนพอใจแล้วก็ลุยลงหมึก  แล้วตัดตามแบบค่ะ



เอาแบบกระดาษแข็งไปวาดลอกลงผ้าด้วยปากกาเขียนผ้านะคะ  แล้วตัดผ้าตามแบบ (ตัดเป็นสี่เหลี่ยม  เผื่อด้านข้าง เผื่อเย็บไว้นิดหน่อย)

เราตัดผ้าสามชิ้นนะคะ  1. ชิ้นหน้า (น้ำตาลลายจุด) 2.ชิ้นหลัง (เขียวอมเทา) 3. ใยสังเคราะห์

เอาผ้าทั้งสามชิ้นประกบกัน  เอาชิ้นน้ำตาลและชิ้นเขียวอมเทา "ผ้าด้านถูก"  ประกบกัน  ตามด้วยใยสังเคราะห์อยู่ล่างสุด  วางเรียงตามในภาพค่ะ




เรียงแล้วก็ลงมือเย็บตามรอยที่เราวาดไว้นะคะ  เว้นช่องกลับผ้าที่ด้านล่างประมาณ 4 ซม.



ที่จริงเย็บด้วยด้ายสีตุ่นๆหน่อยจะสวยกว่าค่ะ  แต่นี่อยากให้เห็นชัดก็เลยเย็บด้วยด้ายขาว

เย็บเสร็จก็เล็มใยสังเคราะห์ออก (เล็มให้ชิดรอยเย็บที่สุด)   เล็มผ้าออกด้วย (เหลือผ้าเป็นขอบไว้ซัก 0.5 ซม.)   มีเทคนิดนิดหน่อยที่โม่อ่านมาจากตามเว็บค่ะ  คือตรงส่วนปลายแหลมอย่างปลายใบไม้ในรูป  เราควรตัดตามแบบในตัวอย่างที่โม่ทำค่ะ  เวลากลับผ้า  ตรงปลายจะออกมาแหลมสวยกว่า



เล็มเสร็จก็กลับผ้าด้านถูกออกค่ะ  ...เริ่มจะเป็นใบไม้แล้ว อิอิ  ทีนี้ก็ใช้อาวุธทิ่มๆดันๆเข้าไปข้างในเพื่อจัดผ้าให้เรียบร้อยไม่ยู่นะคะ  ในที่นี้โม่ใช้ตะเกียบเหล็กค้าบ   เพื่อนซื้อมาจากจากเกาหลี เอามาใช้ประโยชน์ซะให้คุ้ม ฮิฮิ



ต่อไปก็ทำก้านค่ะ  เราใช้เศษผ้าน้ำตาลลายจุดที่เหลือจากการเล็มทิ้งมากลับด้านพื้นน้ำตาลออก  พับทบให้เป็นก้านใบแล้วสอยปิดขอบให้เรียบร้อย  เสร็จแล้วก็เสียบไปที่ตรงที่เราเว้นไว้กลับผ้าค่ะ   สอยปิดช่องกลับผ้าและเย็บก้านติดก็เสร็จแล้ว

อ๊ะ  ลืมไปเรื่องนึง แง่งๆ >_<

เอ็มโม่ลืมปักลายใบไม้ลงผ้าก่อนเย็บประกอบ  -___-



โฮะๆๆ  แต่นึกๆไป  ลืมก็ดีเหมือนกันเพราะมาปักลายทีหลังได้เพียงแต่จะยุ่งยากนิดนึงและไม่สวยเท่าปักก่อนประกอบค่ะ   แต่ก็เหมือนโชคดีในความโก๊ะของตัวเองเพราะถ้าปักลายใบไม้ก่อน  มันจะยากตอนเย็บประกอบร่าง  เราต้องกะให้ดีไม่งั้นลายจะเบี้ยวค่ะ

เอาล่ะเสร็จแล้ว  ที่รองแก้วใบไม้ 2in1 :D



ใช้ได้สองด้านเลยค้าบ  ลองทำกันดูนะคะ :D

29 ธันวาคม 2554

จะเก็บเงินให้ได้เยอะๆภายในปีหน้า..คอยดู๊

ปีใหม่จะมาถึงแล้ว  สิ่งที่มุ่งมั่นตั้งใจให้ดีๆเรื่องนึงคงไม่พ้นเรื่องเงินค่ะ

เมื่อสองปีก่อน  เอ็มโม่ต้องขอบคุณหนังสือเล่มนี้ ...ขอบคุณ คุณ Kyoko Ikeda ที่เขียน/วาดหนังสือเล่มนี้ด้วยว่า แหม เรื่องคุณเคียวโกะนี่มัน (โคตร) ตรงกับอิฉันเลยค่ะ



เอ็มโม่ทำงานมาสิบห้าปีได้  เงินเดือนก็โอเคนะแต่ไม่เคยเก็บเงินได้  วินัยการใช้บัตรเครดิตก็แย่จนถึงขั้นเลวร้าย   ดีที่ไม่เจอปัญหาหนักหน่วงแบบรับมือไม่ไหว


แต่ยังไงการเงินเรามันก็แย่อยู่ดี  :(


อืมม์...แล้วจริงๆ  อิฉันก็ว่าคงมีหลายคนเป็นเหมือนอิฉันนี่แหล่ะ ฮ่าๆๆๆ (หาพวก)


เพราะงั้น  เรามาฮึดกันเถอะค่ะ  ชูแขนขึ้นให้สุด  กำหมัดไว้ให้แน่น  เชิดหน้าเอาไว้  พยักหน้าหงึกหงักกับตัวเองว่าคราวนี้ตรูจะสู้ตาย (กะตัวเอง)  จะเก็บเงินให้ได้เยอะๆภายในปีหน้าที่จะมาถึงกันเถอะค่ะ


เอ้า  ฮุยเลฮุย  เอ๊ยยย  ไม่ช่ายยย  เราแค่ลองมาฮึดตามหนังสือเล่มนี้กันดีกว่า


ที่จริงเรื่องที่คุณเคียวโกะแนะ  เอ็มโม่เชื่อว่าทุกคนก็รู้อยู่แต่แหม มันทำไม่ได้นี่นา  เห็นของน่ารักๆ เราก็มือไม้อ่อนทุกทีอยากจะรูดปรื๊ดๆ


ลองมาอ่านหนังสือเล่มนี้ดูนะคะ  เพราะถ้าอ่านไปเรื่อยรับรองว่ามันทิ่มค่ะ มันทิ่มแทงใจว่าเราน่ะเป็นอย่างงี้เลย  อย่างหน้าที่เอามาเป็นตัวอย่างนี่  อ่านไปก็นึกว่า อ้าว เฮ้ย...ในเรื่องนี่มันตรูนี่หว่า >_<



อาการเหงื่อตกตอนมารู้ว่าที่แท้แล้วเราเหลือเงินสดเท่าไหร่นี่มันใช่เลย  อาการดี๊ด๊าซื้อนู่นนิดนี่หน่อยจนเหยียบไปเป็นหลักพันก็บ่อยมันก็เราเอง


เอ็มโม่เองลองใช้วิธีเก็บเงินแบบพื้นฐานมากๆ  ตามในหนังสือนี้แล้วได้ผลนะคะ  วิธีง่ายๆค่ะ  แค่นี้เอง



แยกเงินแบ่งเป็นซองไว้  ของเอ็มโม่แบ่งเป็น 3 ซองอย่างนี้ค่ะ 

1. ซองเงินใช้จ่ายรายเดือน  ---หลังหักเงินฝากประจำตามที่ตั้งใจเข้าธนาคารแล้ว  แบ่งเงินใช้จ่ายรายเดือนออกเป้นซัก 3-4 งวด
2. ซองเงินบัตรเครดิต---รูดอะไรไป ดึงเงินสดจำนวนตามนั่นมาเก็บไว้ในซองเลย  เก็บไปให้พ้นหูพ้นตา
3. ซองเงินเฉพาะกิจ --- ใครจะรู้ว่าเราจะเกิด"ภาวะฉุกเฉิน" เมื่อไหร่   ซองนี้ไม่ใช่เงินเก็บแต่ควรเก็บประจำทุกเดือน  ห้ามเอามาใช้ ยกเว้น "ภาวะฉุกเฉิน" จริงๆแบบที่ไม่ใช่จะซื้อกระเป๋าเซลล์ 70% แล้วตังค์ไม่พอก็เลยต้อง "ฉุกเฉิน" เอาเงินจากซองนี้มาใช้นะคะ   ของเอ็ม...ซองนี้จะเก็บตังค์ที่ cash back จากบัตรเครดิตไว้ในนี้ด้วย   ทำลืมๆแป๊บเดียว โอ้โห ได้หลายบาทเลยค่ะ

โปรดสังเกตว่าซองนี้จะเยินเป็นพิเศษ หุ หุ


ข้อสำคัญหลักๆที่ต้องทำอีกข้อ คือ การทำบันทึกค่าใช้จ่ายโดยละเอียดทุกวันค่ะ  จะบันทึกลงสมุดก็ได้  แต่ก่อนนี้เอ็มโม่ก็ใช้วิธีนั้น  แต่เดี๋ยวนี้ อิฉันมีสมาร์ทโฟนแย้วววว   เลือกแอพลิเคชั่นจัดการเงินที่ถูกใจมาใช้บันทึกเลยค่ะ  ของเอ็มใช้แอพฯ  Expense Manager  เพราะมันเบสิคแต่ก็เหมาะกะเราค่ะ  มันละเอียด  แยกหมวดหมู่ค่าใช้จ่าย...พอสิ้นเดือน ลองเช็คสิคะว่าใช้ตังค์ไปกับอะไรมากที่สุด  หุ หุ หุ ของเอ็มนี่ชนะเลิศคือหมวด Leisure ค่ะ  เศร้าจิตเจรงๆ

ลองดูหน้าตาของแอพฯนี้นะคะ



เคล็ดลับอย่างนึงในการทำแบบนี้ให้ต่อเนื่องคือ  เราก็เลือกใช้สมุดจด หรือซองน่ารักๆ  เวลาหยิบมาใช้ก็มีความสุข   ของเอ็มที่เห็นข้างบนนั่นก็เป็นซองทำเองค่ะ  ปริ้นท์ภาพที่ชอบลงกระดาษรีไซเคิลแล้วพับเป็นซองติดเทปกาวง่ายๆ  เป็นอันเสร็จพิธี 

อ๊าาา   ในที่สุด  เราก็เข้าเรื่อง D.I.Y. ได้สำเร็จสมเจตนาที่ทำ blog นี้ อิอิ :P


คนที่สนใจลองหาหนังสือเล่มนี้อ่านนะคะ  น่าจะโดนใจหลายคนอยู่  ปกจริงสีสดแจ่มกว่าในรูป และมีออกมาหลายตอนเลย  หนังสือชุดนี้พิมพ์โดย สนพ. Inspire ค่ะ   ราคาเล่มละ 115 บาท  แต่ถ้าทำตามนี้ได้  โฮะๆๆๆ   เงินเก็บเป็นแสนเป็นล้านก็ทำได้แน่ๆคร้าบบ

ขอให้ทุกคนแฮปปี้กับบัญชีเงินฝากในปีที่จะถึงนะคะ ^___^

13 ธันวาคม 2554

How-To ง่ายๆ : กระเช้าไวน์แถม napkin :>

วันนี้ขอเอา How-To ง่ายๆ (อีกแล้วเพราะยากทำไม่เป็นค่ะ อิอิ) มาฝากกันค่ะ

สำหรับคนที่อยากมอบของขวัญปีใหม่เป็นไวน์ละก็  เรามีวิธีทำกระเช้าไวน์หลายแบบนะคะ  บางคนก็ประดับผลไม้ไปสวยๆดูสดชื่นน่ากิน  บางคนก็เป็นไวน์กับกระเช้าหนังเท่ๆ แล้วแต่ว่าเราจะให้ใคร


เอ็มโม่มาคิดๆดูนะคะ  ถ้าเราไม่ประดับผลไม้ในกระเช้าล่ะ  เราจะใช้อะไรแทนดีนะที่ให้ไปแล้ว  คนรับก็เอาไปใช้ประโยชน์ได้นาน (และก็ดูดีกว่าหิ้วไวน์ไปฝากเฉยๆ)


เอ็มโม่คิดถึงของเหล่านี้ค่ะ  ...ผ้าเช็ดปาก  (ไม่เอา napkin ที่เอาไปทำเดคูพาจนะคะ  อันนั้นถ้าเราใช้ในกระเช้าแล้ว  คนรับคงไม่ใช้ต่อแน่)   และที่รัด/คล้องผ้าเช็ดปาก  กระเช้า



  

เอ็มโม่มีผ้าเช็ดปากของ Jim Thompson ที่ซื้อเก็บไว้ตอนเซลล์อยู่เลยเอามาเป็นตัวอย่างค่ะ ส่วนที่รัด/คล้องผ้าไม่มี เลยเอาแหวนใหญ่มาแทนแก้ขัดเป็นตัวอย่างนะคะ :P


เริ่มแรก  รองกระเช้าด้วยเซ็ตผ้าเช็ดปากที่เราจะมอบให้  ถ้าเราเกรงว่าเค้าจะไม่ชอบของที่แกะออกจากห่อแล้ว  เราจะรองไปทั้งแพ็คเกจของผ้าเช็ดปากก็ได้ค่ะ แล้วใช้ผ้ารองจานที่เข้าชุดกันปูรองกระเช้าตามนี้

กระเช้าสีโอ๊คเข้มน่าจะช่วยให้ดูหรูหรากว่านะคะ  พอดีที่บ้านไม่มีเลยใช้ใบนี้แทนไปก่อน



 ทีนี้เราก็เอาผ้าเช็ดปากมาผูกเป็นเหมือนผ้าพันคอให้ขวดไวน์  แล้วคล้องด้วยที่รัดผ้าแบบนี้ ^ ^
ในรูปนี้ เอ็มโม่เอาแหวนมาแปลงกายใช้แก้ขัดแทนที่รัดผ้าเช็ดปากนะคะ

ออกมาหน้าตาแบบนี้คร้าบบ   (ใครไม่อยากทำกระเช้าจะทำแค่ขั้นตอนนี้ก็ได้นะคะ)

ไวน์ในตัวอย่างเป็นไวน์ชิลีราคาสามร้อยกว่าบาทเองนะฮับ อิอิ  ตอนให้จริงก็เลือกกันเองนะคะว่าคนรับชอบไวน์แบบไหน

แล้วเราก็ใส่ลงในตะกร้า ...พร้อมหิ้วต่อไปมอบเป็นของขวัญเลยค่ะ   เราอาจจะใส่ที่รัด/คล้องผ้าเช็ดปากที่เข้าชุดไปในกระเช้าเพิ่มก็ได้นะคะ   ทีนี้ของขวัญชิ้นนี้ก็จะใช้ได้นานและไม่เสียของโดยเปล่าประโยชน์เลยค่ะ :)



ป.ล.  ถ่าย How-To คราวนี้ แสงน้อย...ย้ายไปถ่ายหลายมุมมาก ทั้งบนโต๊ะ บนตู้ บนพื้นข้างหน้าต่าง ขออภัยด้วยนะคะท่านผู้ชม :P

7 ธันวาคม 2554

แปลงร่างโคมไฟเก่ามาเป็นเป็นยันต์เรียกลูกค้า :>

เมื่อวานซืน  คุณพี่ที่บ้านซ่อมหลอดไฟห้องน้ำค่ะ   หลอด+โคมเดิมใช้ไม่ได้แล้วต้องเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่  เอ็มโม่ก็ไปเก็บซากโคมไฟเก่ามาหน้าตาแบบนี้ค่ะ



เห็นของเหลือจะเอาไปทิ้งทั้งหมดก็เสียดาย  เอ็มโม่เลยขอแปลงร่างโคมไฟเล่น อิอิ

อุปกรณ์ที่เตรียมก็มีแค่นี้ค่ะ โคมไฟชิ้นที่เป็นฝาแผ่นกลม, ดินสอ, ปากกาเขียนซีดีตามรูป

ที่เหลาดินสอตัวเม่นไม่อยู่ในรายการ  แต่เห็นแล้วน่ารักเลยเอามาประกอบฉากค่ะ อิิอิ

ที่นี้ก็ลงมือร่างภาพตามใจ    งานนี้เอ็มโม่วาดเหมียวๆคับ



ร่างเสร็จ  พอใจแล้วก็ลุยต่อด้วยปากกาเขียนซีดีค่ะ
มีการลงยันต์เพิ่มเจิมเล็กน้อย อิอิ

เสร็จแล้วก็เอาไปติดฝาผลังแบบนี้ (เฉพาะฝา)  หรืออยากให้ภาพนูนขึ้นมาก็เอาฝาไปครอบฐานเดิมของโคมค่ะ  (แต่ควรเอาหลอดไฟ สายไฟเก่าทิ้งไปด้วยนะคะ  มันเป็นขยะมีพิษอย่าทิ้งไว้ในบ้านค่ะ)


แต่น แต๊นน   เสร็จแล้วก็เป็นแบบนี้...เอ็มโม่ได้รูปไปติดตรงของมุมเย็บผ้าและ D.I.Y.แล้ววว เย้




ดูๆไปก็สวยใช้ได้แฮะ  คิดเอาเองมามีดีไซน์ อิอิ :D